การทำให้แบรนด์หรือธุรกิจของเรานั้นเป็นที่รู้จัก

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ธุรกิจของเราพร้อมที่จะเติบโตจากธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ธุรกิจที่ขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสำนักงาน เพิ่มจำนวนพนักงานให้มากขึ้น ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตนั้นก็อาจจะไม่ได้มีเงินทุนมากเพียงพอที่จะลงทุนเพิ่มเติมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการได้ครบ ทำให้ในบางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่าจะนำเงินไปลงทุนกับอะไรที่เหมาะสมที่สุดและให้ผลตอบแทนกลับมาสูงสุด ซึ่งสำหรับธุรกิจ SMEs หรือ startup แล้ว ต่อไปนี้คือแง่มุมของธุรกิจที่เราควรให้น้ำหนักในการลงทุนเป็นอันดับแรกๆ พร้อมทั้งเหตุผลว่าแต่ละข้อนั้นจะช่วยให้ธุรกิจของเราพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

การตลาด การที่ธุรกิจเติบโตขึ้นไปนั้นหมายถึงการที่เราได้กำไรจากธุรกิจได้มากขึ้นกว่าเดิม และกำไรที่มากขึ้นกว่าเดิมจะมาจากอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่จากปริมาณของลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการของเราเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าในขณะนั้นเราคิดว่าเราสามารถควบคุมดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะก้าวต่อไปโดยการลงทุนกับการทำการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้มากขึ้นไปกว่าเดิมแล้วล่ะ

การทำให้แบรนด์หรือธุรกิจของเรานั้นเป็นที่รู้จักไปได้ในวงกว้างก็ทำได้หลายๆ วิธี ตั้งแต่ใช้ทุนน้อยไปถึงใช้ทุนมาก โดยวิธียอดนิยมสำหรับแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอสินค้าใหม่หรือต้องการประชาสัมพันธ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและการบริการก็มักที่จะใช้วิธีจัดอีเวนท์ต่างๆ เพื่อเชิญสื่อมวลชนมาทำหน้าที่เผยแพร่งานเหล่านั้น แต่ถ้าหากเรามีต้นทุนมากหน่อยก็สามารถนำเงินทุนนั้นไปลงกับโฆษณาโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย รวมไปถึงโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้นได้อีกด้วย

ในปัจจุบันยังมีอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่กำลังเป็นนิยม และยังใช้ต้นทุนไม่มากนั่นก็คือการโปรโมทแบรนด์ของเราผ่านทาง Social Media ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Google Plus และอื่นๆ อีกมากมาย ที่รอให้เราได้เลือกสรรว่าจะใช้ชนิดไหนดี เพราะในแต่ละชนิดก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะลงไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ Social Media เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการตอบสนองพวกเขาอย่างไรบ้าง แต่ถ้าหากเราไม่มีเวลาที่จะลงมือทำเองแล้ว ก็ลองหา Outsource ตำแหน่ง Social Media Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญในการดูแล social media มาช่วยบริหารงานในส่วนนี้แทนเราก็ได้