แนวคิดทางการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมากที่ถูกให้ออก ถูกลดขนาดองค์กร หรือเบื่อหน่ายจากการทำงานในองค์กร และเริ่มสนใจออกเผชิญโชคในเส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก โชคไม่ดีที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ล้มเหลวในการตัดสินใจวางแผนหรือกลยุทธ์ทางการตลาด

มีแนวคิดทางการตลาดจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับดำเนินการทางการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กสำหรับนำมาพิจารณาและวางแผน แต่สำหรับคำแนะนำครั้งนี้จะเลือกมาเพียง 10 แนวคิดสำหรับการตลาดธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น

แนวคิดที่ 1 : ความสอดคล้อง (Consistency)
ความสอดคล้องเป็นแนวคิดด้านการตลาดอันหนึ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น มักไม่พบในการนำไปใช้เป็นแนวคิดทางการตลาดสำหรับธุรกิจทั่วๆ ไป ผู้เขียนเคยได้ทำงานร่วมกับผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งพบว่ามีความไม่สอดคล้องอย่างมากในทุกพื้นที่ของการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ความสอดคล้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายและเพิ่มคุณค่าให้กับตราสินค้า

แนวคิดที่ 2 : การวางแผน (Planning)
เมื่อเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจที่จะดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการตลาด การวางแผนเป็นเป็นแนวคิดหลักต่อมาที่จะต้องเริ่มดำเนินการ การวางแผนเป็นส่วนที่จำเป็นมากสำหรับการตลาดธุรกิจขนาดเล็กหรือการทำการตลาดระดับอื่นๆ สำหรับเจ้าของกิจการจำนวนมาก ผู้จัดการทางการตลาด และยามเมื่อมีระดับการวางแผน CMOs ไม่ดี ให้เวลากับการวางแผนกลยุทธ์

แนวคิดที่ 3 : กลยุทธ์ (Strategy)
กลยุทธ์เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติภายหลังการวางแผนทันทีเพราะว่ากลยุทธ์ของคุณจะเป็นรากฐานของกิจกรรมทางการตลาด ในกระบวนการวางแผนคุณต้องทำการพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทำอย่างไรจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และวิธีการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายมาเป็นลูกค้า

แนวคิดที่ 4 : เป้าหมายทางการตลาด (Target Market)
เป้าหมายทางการตลาดถือเป็นอีกแนวคิดที่สำคัญสำหรับตลาดธุรกิจขนาดเล็ก กำหนดให้แน่ชัดว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจ้าของกิจการธุรกิจขนาดเล็กจะมุ่งเน้นว่าเป็นลูกค้าเฉพาะและนับเป็นการลดการสูญเสียทางการตลาด การกำหนดเป้าหมายทางการตลาดจะทำให้การดำเนินการตามแนวคิดการตลาดอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้นในการทำให้บรรลุและประสบความสำเร็จสูงสุด

แนวคิดที่ 5 : งบประมาณ (Budget)
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอันดับที่ 5 แต่การจัดสรรงบประมาณก็มีความสำคัญตลอดกระบวนการทั้งหมด การจัดทำงบประมาณทางการตลาดมักเป็นเรื่องยากที่สุดและเป็นส่วนที่มีความคลาดเคลื่อนมากที่สุดสำหรับการตลาดของธุรกิจขนาดเล็ก เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการตลาดและมักจบลงด้วยการวางงบประมาณคลาดเคลื่อน สิ่งสำคัญที่สุดในแนวคิดด้านการตลาดคือการจัดทำงบประมาณทางการตลาดตามความเป็นจริง ทั้งนี้คุณควรพิจารณาการกระจายการใช้จ่ายอย่างเป็นประโยชน์ของเงินทุนที่มีอยู่

แนวคิดที่ 6 : ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix)
ส่วนประสมทางการตลาดหมายความรวมถึง ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด ในกรณีเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กคุณจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (หรือบริการ) การจัดสรรราคา การจัดหาสถานที่และวิธีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางชักจูงให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์ของคุณ

แนวคิดที่ 7 : เว็บไซต์ (Website)
ในตลาดปัจจุบันธุรกิจทุกๆ ขนาดจะต้องมีเว็บไซต์ เว็บไซต์ทางธุรกิจไม่ควรมีจำนวนหน้าที่น้อยเกินไปหรือข้อมูลล้าสมัย ลูกค้าจะใช้เวลากว่ากว่า 60% เพื่อค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ก่อนตัดสินใจซื้อ แนวคิดการทำตลาดนี้จะมุ่งเน้นการสร้างความประทับใจให้เพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ แต่คุณควรจะเริ่ม อย่างน้อยดำเเนินการพัฒนาเว็บไซต์ขนาดเล็กและมีการให้ข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ

แนวคิดที่ 8 : ตราสินค้า (Branding)
เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยมักจะละเลยความคิดนี้ การตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจะต้องมุ่งเน้นแนวความคิดด้านการตลาดเช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ การสร้างตราสินค้าประกอบไปด้วย รูปภาพ โลโก้ แบบรายการ แผนงาน การจัดเตรียม และภาพลักษณ์ของตราสินค้าและองค์กรของคุณ การสร้างตราสินค้าคือการทำอย่างไรให้ลูกค้ารับรู้ถึงผลิตภัณฑ์และองค์กร ให้แน่ใจว่าได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับชนิดของตราสินค้าที่คุณกำลังสร้างขึ้นผ่านขั้นตอนของการวางแผนและดำเนินการ

แนวคิดที่ 9 : การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณา (Promotion and Advertising)
การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาเป็นแนวคิดทางการตลาดที่ค่อนข้างซับซ้อน และต้องคำนึงถึงในธุรกิจทุกประเภทและทุกผลิตภัณฑ์และบริการ เมื่อคุณดำเนินการตามแนวคิดทางการตลาด 8 ข้อข้างต้น สุดท้ายคุณจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักคุณและผลิตภัณฑ์ของคุณ การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาที่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการจดจำตราสินค้า และท้ายที่สุดคือการเพิ่มขึ้นของยอดขาย

แนวคิดที่ 10 : การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM)
แนวคิดการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ถูกนำมาใช้ในระบบอุตสาหกรรมจำนวนมากในการทำตลาดทั่วโลก มีซอฟแวร์และบริการหลายประเภทถูกนำเสนอเพื่อช่วยเหลือธุรกิจหลายๆ ขนาดในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ เนื่องจากมีใช้มากและมีประโยชน์มากมายในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักจะมองแนวคิดนี้ว่าธุรกิจของพวกเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่เพียงพอหรือมีเงินทุนในการดำเนินการให้บรรลุผล ไม่จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่ๆ การรักษาลูกค้าอย่างเหมาะสมด้วยการจัดการลูกค้าสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความภักดีและการเป็นลูกค้าอย่างเหนียวแน่น

แนวคิดการตลาดข้างต้นควรต้องดำเนินการพิจารณา วิจัย วางแผน และดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ถึงกระนั้นการตลาดไม่ควรหยุดเพียงเท่านี้ ในธุรกิจที่มีความแตกต่างและมีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นจะต้องพิจารณามากยิ่งขึ้น แต่แนวคิดข้างต้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการตลาดของทุกๆ ธุรกิจ

หลายชาติต่างให้ความสนใจด้านการลงทุนทำธุรกิจในสิงคโปร์

The-Singapore-Merlion
เนื่องจากสิงคโปร์มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้การลงทุนของไทยในสิงคโปร์เป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรหรืออุตสาหกรรม ส่วนที่อาจเป็นไปได้บ้างคือ ด้านบริการที่ไทยมีความชำนาญ โดยเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารหรือสปา ซึ่งสิงคโปร์มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ และรัฐบาลกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง นอกจากนี้การร่วมมือกับสิงคโปร์ในธุรกิจระหว่างประเทศ เช่น การค้าหรือโลจิสติกส์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าจะมีความเป็นไปได้

โอกาสในการลงทุนก่อตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดการบริโภคในประเทศ อาจไม่โดดเด่นเท่ากับประเทศอาเซียนอื่นๆ เนื่องจากข้อจำกัดในด้านขนาดตลาดของสิงคโปร์ ดังนั้นการลงทุนของผู้ประกอบการไทยอาจมุ่งเน้นเพื่อการใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการกระจายสินค้าหรือสาขาการให้บริการของไทยให้กว้างขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้มากกว่า เช่น ธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร ธุรกิจสปา เป็นต้นสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ไทยอาจอาศัยความชำนาญและความได้เปรียบของการเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคของสิงคโปร์ เพื่อลงทุนในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และความสามารถในการจัดการสูง การเข้าไปร่วมลงทุนจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีนอกเหนือไปจากผลประกอบการ เช่นเดียวกับธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการผลิต

สิงคโปร์ตั้งอยู่บนภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การค้า เป็นที่ทำการค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ สิงคโปร์เป็นเกาะตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ ติดกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขนาดพื้นที่รวม 697 ตารางกิโลเมตร และเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นหลายๆด้านไม่ว่าจะในด้านการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนต่างประเทศเท่าเทียมกับนักลงทุนในประเทศ โดยสามารถลงทุนได้ 100% ยกเว้นเพียงสาขาการกระจายเสียง การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการด้านหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ นโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสิงคโปร์มีความชัดเจน แน่นอน การเมืองมีความมั่นคงและประชากรเป็นแรงงานที่มีฝีมือ และจากการพิจารณาหลายๆปัจจัย ทั้งในด้านแรงงาน การเมือง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำให้สิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกเกี่ยวกับศักยภาพการลงทุนในด้านต่างๆ

คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ดีสำหรับในการประกอบธุรกิจ


ความสำเร็จในชีวิต
หลายคนเชื่อว่าผู้ประกอบการสามารถสอนกันได้ แต่ในความเป็นจริงการเรียนการสอนในระบบปัจจุบันได้ทำลายความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็น ผู้ประกอบการไปเสียแล้ว ดังนั้นจึงพบว่าบ่อยครั้งที่มีผู้ต้องการเป็นผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และควรจะทำอะไร นอกจากนี้หากผู้ที่ต้องการเป็น ผู้ประกอบการ ผ่านการทำงานยาวนานมาหลายปีและมีเหตุต้องออกจากงาน ก็เป็นสิ่งยากยิ่งนักที่จะเริ่มต้นกับการเป็นผู้ประกอบการใหม่

อย่างไรก็ตามการเริ่มต้น ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จ หากไม่คิดที่จะเริ่มต้นจึงยากที่จะรู้จักความสำเร็จ ซึ่งอาจจะต้องผ่านความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านความผิดหวังหลายต่อหลายหน แต่ทว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ดีและประสบความสำเร็จ จะมีลักษณะร่วมที่เหมือน ๆ กันหลายประการ โดยลักษณะร่วมของผู้ประกอบการที่ดีนี้ ได้แก่
1. กระหายสู่ความสำเร็จ
ผู้ประกอบการต้องมีคาวามรู้สึกต้องการอย่างแรงกล้าในการทำธุรกิจ หรือต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากหากไม่มีความต้องการนี้ ก็จะไม่มีพลังผลักดันให้ผู้ประกอบการลุกขึ้นมาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย โดยความต้องการนี้สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าจะไม่เหมือนกับความต้องการของคนธรรมดาทั่วไป ทั้งความต้องการด้านทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือเรียกได้ว่า มีความทะเยอทะยานในระดับสูง
2. มีลักษณะนิสัยชอบเสี่ยง
หลายคนเชื่อว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้นจะพบกับความเสี่ยงสูงอยู่เสมอจึงทำให้หลายคนท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น หรือล้มเลิกโครงการในการทำธุรกิจตนเองแล้วกลับไปเป็นลูกจ้างต่อก็มี ความเชื่อเช่นนี้อาจไม่ใช่ความเป็นจริงนัก เนื่องจาก 2 ใน 3 ของผู้ที่ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง มักจะมีงานประจำหรืองานพาร์ทไทม์อยู่ก่อนแล้วหรือมีธุรกิจอย่างอื่นอยู่ พวกเขาจะไม่ทุ่มเท ทรัพยากรทั้งหมดมาทำธุรกิจของตนเองจนกว่าจะมีความพร้อม หรือตัดสินใจแล้วว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแล้วถ้าทำเช่นนั้น
3. คิดอย่างสร้างสรรค์ และ สร้างฝันให้ยิ่งใหญ่
อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ของผู้ประการที่ดีต้องมี ก็คือการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือมีจิตนาการที่ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในกรอบที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงด้วย
4. ยึดมั่นไม่ย่อท้อ
คุณสมบัติประการนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ประกอบการทุกคนมักจะประสบความรู้สึกร่วมกันก็คือการเผชิญกับอุปสรรคนานาประการ ที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จคือ บุคคลที่ไม่ล้มเลิกอะไรง่าย ๆ และทุกคนล้วนเคยล้มเหลวมาก่อน หรือผิดพลาดมาแล้วทั้งนั้น แต่ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวดังกล่าวไม่ได้ทำให้เป้าหมายของผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลงไป
5. เชื่อมั่นในตนเอง
คุณสมบัติประการสำคัญอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้ประกอบคือการมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง และแนวคิดในการทำเนินธุรกิจของตัวเอง แม้ว่าในระหว่างของการก่อร่างสร้างตัวนั้น บุคคลรอบข้างไม่ว่าจะเป็น ญาติสนิท เพื่อนฝูง นายธนาคาร หรือกระทั่งคู่ชีวิต จะไม่เชื่อมั่นในผู้ประกอบการคนนั้นก็ตาม วิธีสร้างความเชื่อมั่นโดยเรียนรู้จากการทำงานที่อื่นมาก่อนนั้นเป็นต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่ราคาต่ำสุดและเปรียบเสมือนการเรียนทางลัด ทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในการประกอบธุรกิจ(สำหรับหนังสือบางเล่มก็เป็นโค้ตได้เช่นกัน) ในขณะที่บางคนมีจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้ประกอบการมาจากศูนย์ ไม่มีแม้แต่เงินทอง ทรัพย์สิน เพื่อนฝูง หรือความรู้หรือเรียกได้ว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากความเชื่อมั่น คิดเพียงแต่ว่าความเชื่อมั่นสามารถสร้างธุรกิจที่ตนรักและต้องการให้เกิดขึ้นได้ จึงเริ่มทำงานตามสิ่งที่ตนเองเชื่อ แล้วก็ฝ่าฟันไปยังเป้าหมายที่ต้องการจนได้
6. มีความสามารถในการตัดสินใจ
หลายคนเชื่อว่า บุคคลคนหนึ่งมีความสามารถแตกต่างไปจากบุคคลอื่นนั้นส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการตัดสินใจของแต่ละบุคคลไม่เทียมกัน และผู้ประกอบการก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความสามารถในการตัดสินใจที่แตกต่างและโดดเด่นจากบุคคลอื่น สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าในตัวผู้ประกอบการทุกคนจะมีสัญชาติญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าเมื่อใดควรตัดสินใจและเมื่อใดไม่ควรตัดสินใจโดยเฉพาะการตัดสินใจในภาวะวิกฤติว่าควรจะดำเนินการอย่างไรกับธุรกิจหรือในชีวิตของตนเองแต่อย่างไรก็ตาม หากศึกษาให้ดีแล้วจะพบว่า กระบวนการของการตัดสินใจของผู้ประกอบการล้วนผ่านการกลั่นกรองด้วยดีมาแล้วสิ้นเชิงเป็นผลมาจากการสั่งสมประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตที่ผ่านมาและการตรวจสอบจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นนั่นเอง
7. กล้าเปลี่ยนแปลงถือเป็นโอกาส
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าแทบคนมองว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติซึ่งจะตรงกับบุคคลทั่วไปที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงคือ หายนะ เพราะมันสามารถพลิกชีวิตคนคนหนึ่งจากเคยมีชีวิตที่สุขสบายให้กลายเป็นยาจกได้ในพริบตา แต่สำหรับมุมมองของผู้ประกอบการถือเป็นเรื่องจำเป็นของชีวิต บางครั้งหลายคนพยายามค้นหาความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองอย่างกระหายเสียอีก

เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ


หลังจากที่เราได้เห็น ข้อดี และข้อเสีย ของการทำ ธุรกิจแฟรนไชส์ ไปแล้ว และคุณคิดว่าการซื้อแฟรนไชส์นั้น มีสิ่งที่ได้มากกว่าเสีย คุณก็คงจะอยากรู้ว่า ถ้าจะร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ซักแห่งหนึ่ง ธุรกิจนั้นควรจะมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง
โดยสิ่งที่ชี้ชัดว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี มีอยู่ 5 อย่าง ดังนี้
1. เจ้าของแฟรนไชส์
เจ้าของแฟรนไชส์ มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จของคุณ เมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์จากเค้า เพราะเค้าจะเป็นคนบอกวิธีการทำธุรกิจ วิธีการบริหารจัดการทุกอย่างให้กับคุณ ถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ มองแต่ผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจว่าคนซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ได้หรือไม่ นั่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
2. สินค้าตามกระแสหรือเปล่า
สินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณจะซื้อ ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่ตกกระแสง่ายๆ ไม่ใช่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตามกระแส เพราะไม่นานกระแสต่างๆ เหล่านี้ก็จะเลิก และเลิกไปพร้อมกับธุรกิจ คนที่เข้ามาลงทุนในสินค้านี้ทีหลังก็เจ๊งไปตามๆกัน สินค้าแฟชั่น ที่เห็นได้ชัดที่สุด และใกล้ตัวที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้มีขายแฟรนไชส์ คือ Rotiboy ที่โด่งดังสุดขีดช่วงปี 2548 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พอคนเลิกฮิตก็เลิกกิจการไป ส่วนอีกอย่างหนึ่ง คือ จตุคามรามเทพ ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงปี 2550 แต่ก็ฮิตได้ไม่นานเช่นกัน
3. การสนับสนุนจากแฟรนไชส์ครบถ้วนหรือไม่
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง เลือกที่จะสนับสนุนคนซื้อแฟรนไชส์เฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจ อาจจะแค่ช่วยเลือกทำเล ช่วยหาพนักงาน และช่วยวางระบบการทำงานเบื้องต้น แต่ไม่มีการติดตามผล หลังจากที่มีการขายแฟรนไชส์ไปแล้ว บางส่วนมองว่าขายแล้วคือขายเลย ขายขาด คนซื้อแฟรนไชส์จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว ก็ไม่รับรู้
4. อย่าเชื่อคำโฆษณาเรื่องคืนทุน
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง มักจะมีคำโฆษณาเกี่ยวกับเรื่อง ระยะเวลาในการคืนทุน หลังจากได้ทำธุรกิจไปแล้ว ซึ่งบางครั้งอาจจะดูดีเกินความเป็นจริงเพราะปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ ตราสินค้า และวิธีการทำธุรกิจเท่านั้น ยังมีเรื่องของ ทำเล เรื่องของพนักงาน และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทำให้คนซื้อแฟรนไชส์ไปแต่ละคน ได้กำไรไม่เท่ากัน บางคนอาจจะกำไรมหาศาล และบางคนอาจจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไปก็ได้
5. ต้องใช้เงินลงทุนเยอะหรือไม่
หลายคนอาจจะเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” ซึ่งหมายถึงว่าอย่าทำอะไรที่เกินตัว เกินความสามารถของตน ในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อแฟรนไชส์ได้ แล้วคุณต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากธนาคาร หรือเพื่อนฝูง คุณต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ธุรกิจคุณตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่จะเสียหาย ยังมีเจ้าหนี้ของคุณที่จะต้องมาเสียหายไปกับคุณด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ควรจะเลือกทำธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเรา และค่อยๆขยายธุรกิจภายหลังก็ยังไม่สาย

ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคด้วยบรรจุภัณฑ์

นอกจากสินค้าจะมีคุณภาพดีแล้ว รูปแบบของหีบห่อและบรรจุภัณฑ์เป็นตัวเลือกลำดับแรกๆที่ผู้ประกอบการและนักบริหารมืออาชีพมักเลือกมาใช้ในการสร้างจุดสนใจให้กับสินค้า เพราะหีบห่อช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าได้อย่างดี ทั้งยังมีประโยชน์ด้านการขายสินค้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ เพราะผลิตภัณฑ์ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจและช่วยดึงดูดสายตาผู้บริโภค

สีสันที่สวยงามเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้มนุษย์มีความสนใจ ผู้ประกอบการจึงควรหยิบจับองค์ประกอบด้านนี้มาใช้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้ทันทีที่พบเห็นจึงควรหยิบจับองค์ประกอบด้านนี้มาใช้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้ทันทีที่พบเห็นซึ่งองค์ประกอบเรื่องสีสันของหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ยังสามารถบ่งบอกและสะท้อนถึงภาพลักษณ์และคุณสมบัติบางประการของตัวผลิตภัณฑ์ได้ด้วย

รูปทรงของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ด้วยการออกแบบหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ให้มีรูปทรงที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และความทันสมัยของผลิตภัณฑ์ เช่นการออกแบบขวดน้ำหอมที่ใช้รูปทรงให้แปลกตามีความแตกต่าง

ขนาดของบรรจุภัณฑ์ช่วยในการจัดกลุ่มและแบ่งประเภทของผู้บริโภค เพราะความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคมีอัตราส่วนที่แตกต่างกันออกไป เช่นคนบางกลุ่มชอบเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่มีส่วนผสมเข้มข้นในบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ในขณะที่คนบางกลุ่มชอบเครื่องดื่มแบบเจือจางและเน้นขวดขนาดใหญ่กว่าเพื่อความอิ่มท้อง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรนำมาพิจารณาด้านการออกแบบ

บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะหากหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบให้สวยงามน่าสนใจและยังสามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้อีก ผลิตภัณฑ์นั้นมักเป็นตัวเลือกเป็นอันดับต้นๆ เช่น การนำถุงกลับมาใช้ใหม่ หรือนำขวดกลับมาใช้ เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่เปิดรับให้ผู้บริโภคได้เข้ามาหยิบจับผลิตภัณฑ์ และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ เพราะผู้บริโภคไม่สามารถมองเห็นคุณสมบัติของสินค้าที่อยู่ภายในได้ ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทำให้ผู้บริโภคนำมาพิจารณา และช่วยให้สินค้าสามารถจำหน่ายออกไปได้ และมียอดขายตามในภายหลัง