การเลือกช่างภาพ phuket photographer ให้เหมาะกับการใช้งาน

อาชีพช่างภาพ phuket photographer  เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มีส่วนเข้าไปทำหน้าที่ในการเก็บความทรงจำดี ๆ ในโอกาสต่าง ๆ หรือในวันพิเศษต่าง ๆ เช่นงานวันเกิด งานวันรับปริญญา งานครบรอบ งานมงคลสมรส แต่จะเลือกช่างภาพอย่างไรที่จะทำให้เราได้ช่างภาพได้ตรงกับประเภทและรูปแบบในการใช้งาน

โดยหลักในการเลือกช่างภาพให้ตรงกับความต้องการในการใช้งานนั้น มีหลักในการเลือกพิจารณา ดังนี้

  1. ควรเลือกช่างภาพที่มีประสบการณ์ในการทำงาน ด้วยการดู portfolio ของช่างภาพ ว่าแนวการถ่ายภาพใช้ในแบบที่เราต้องการหรือไม่ เนื่องจากช่างภาพทุกคนจะมีแนวในการถ่ายภาพที่แตกต่างกันไป
  2. ควรขอดู Profile การทำงานถ่ายภาพในหลายรูปแบบ เพื่อดูความชำนาญในการถ่ายภาพรูปแบบต่าง ๆ
  3. ควรเลือกช่างภาพที่มีช่องทางการติดต่อได้สะดวก และติดต่อได้จริงไม่ว่าจะเป็นชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, E-mail, LineID, IG, ลิงค์ตัวอย่างผลงาน หรือที่อยู่
  4. ควรมีการนัดพบปะเรื่องตกลงเวลาในการทำงานให้แน่นอน และเป็นการศึกษานิสัยใจคอของช่างภาพ รวมถึงกำหนดนัดในการส่งงาน เพื่อความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน และไม่ควรจ่ายมัดจำก่อนได้ข้อตกลงที่แน่นอน
  5. ควรมีการกำหนดวันส่งงานที่แน่นอน และจะมีการส่งไฟล์ให้ในรูปแบบใดบ้าง
  6. ควรมีการพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้ตรงตามความต้องการก่อนวางมัดจำ

การเลือกช่างภาพนอกจากข้อย่อยที่ระบุแล้ว อย่าลืมเช็กประวัติของช่างภาพจากทางหน้าอินเตอร์เน็ตด้วยว่าคนที่เราสนใจจ้างมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เพราะพอร์ตงานไม่ได้การันตีเรื่องฝีมือ เป็นไปได้ว่าอาจนำภาพจากที่อื่นหรือช่างภาพคนอื่นมาแอบอ้าง ดังนั้นจะจ้างช่างภาพคนใดนอกจากผลงานที่ต้องดู ราคาที่ต้องพิจารณา เรื่องประวัติช่างภาพก็ห้ามพลาดที่จะตรวจสอบ เพราะไม่งั้นงานวันสำคัญอาจจะเหลือแค่ภาพความทรงจำให้หลับตานึกถึง เลยอยากจะมาแนะนำ http://www.nindka.com ให้ลองเข้าไปดูภาพถ่ายกันดูนะคะ

Bangkok massage service รวมเรื่องการนวดแผนไทย

Bangkok Massage Service ศูนย์รวมการบริการนวดเพื่อสุขภาพแผนไทยแบบครบวงจร ที่มีมาตรฐานการให้บริการระดับสากล ที่มีทั้งการใช้ศาสตร์และศิลป์เพื่อช่วยในการบำบัดผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกาย ผสานกับเทคนิคของการนวดกระตุ้นผ่อนคลายทำให้ผู้นวดได้รับประสบการณ์ในการนวดที่พิเศษสุด ช่วยลดความเมื่อยล้า ช่วยลดความเครียด และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดในร่างกายให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น


โดยBangkok Massage Service มีบริการเกี่ยวกับการนวดบำบัดเพื่อรองรับทุกความต้องการของทุกท่าน ดังนี้
บริการนวดแบบไทยดั้งเดิม (Thai traditional Massage) การใช้การนวดเพื่อการบำบัดและรักษาอาการปวดเมื่อยต่าง ๆ ตามศาสตร์การนวดโบราณ ด้วยศาสตร์และศิลป์ในการนวดเพื่อบรรเทาการปวดของกล้ามเนื้อต่าง ๆ บนใบหน้าและร่างกาย ส่งผลให้ผู้นวดจะรู้สึกได้ถึงความสบายตัวทันทีหลังการนวด
บริการนวดน้ำมัน (Super Oil Massage) การนวดน้ำมันตามแผนไทยโบราณ เป็นการนวดด้วยน้ำมันอุ่น ช่วยให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลายและรู้สึกสงบ เนื่องจากความร้อนของน้ำมันจะช่วยบรรเทาอาการปวดของกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และหลังเพื่อคลายความตึงเครียดและเมื่อยล้าจาการทำงาน
บริการนวดน้ำมันอโรม่า (Aromatherapy Oil Massage) เป็นการนวดเพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อของร่างกายโดยไม่ลงน้ำหนัก รวมกลิ่นหอมของน้ำมันอโรม่าที่จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี
บริการนวดผ่อนคลายแบบส่วนตัว (Body to body Massage Spa) บริการนวดแบบส่วนตัวที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกผู้นวดได้ด้วยตัวเองตาม ความต้องการ
บริการนวดผ่อนคลายส่วนตัวแบบพิเศษ (Anita’s Special All-inclusive Massage Spa) บริการนวดแบบส่วนตัว ที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกรูปแบบในการนวดได้ด้วยตนเอง รวมถึงสามารถเลือกผู้ให้บริการนวดได้ตามความพอใจของตนเอง …สนใจเพิ่มเติม www.bangkokanitamassage.com ได้เลยจ้า…

ทำอย่างไรกันจะทำให้ประสบความสำคัญในธุรกิจ

ในการบริหารจัดการ ให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จได้ถ้าได้มีโอกาสดำเนินธุรกิจก็ตาม นอกจากนี้ในเรื่องของ การสื่อสารที่ผ่านตัว เอกสารแผนธุรกิจแล้ว ยังเป็นเรื่องของ การสื่อสารผ่านตัว ผู้ประกอบการเองอีกด้วย  การสื่อสารผ่านตัวผู้ประกอบการหรือการสัมภาษณ์ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรืออาจจะถือว่า เป็นส่วนสำคัญมากกว่าเสียอีก เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอเป็นแผนธุรกิจที่ดี ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดีแล้วต้องมีการต่อยอดทางธุรกิจต่อไปด้วย

โดยต้อง เริ่มจากผู้ประกอบการต้องดูก่อนว่าผลิตภัณฑ์หลักมีความเกี่ยวข้องกับอะไรจึงจะนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งนั้น การต่อยอดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เดิม เป็นแนวทางที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องลงทุนมากมายนัก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี สำรวจความต้องการของตลาดแล้วนำมาต่อยอดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แนวทางในการต่อยอดมีหลากหลายสามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความชำนาญและปัจจัยต่างๆประกอบกัน

ในปัจจุบันยังมีอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่กำลังเป็นนิยม และยังใช้ต้นทุนไม่มากนั่นก็คือการโปรโมทแบรนด์ของเราผ่านทาง Social Media ต่างๆ  ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะลงไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ Social Media เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการตอบสนองพวกเขาอย่างไรบ้าง

 

แนวทางการทำธุรกิจยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จ

การที่จะประสบความสำเร็จแบบนักธุรกิจยุคใหม่ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักธุรกิจยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งบ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของกิจการที่จะเจริญเติบโตในอนาคต ซึ่งแนวคิดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ง่ายสำหรับนักธุรกิจยุคใหม่ มีดังต่อไปนี้
– การมองหาความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่พึงจะต้องกระทำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการ เพราะต้องเข้าใจในพื้นฐานที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือช่องทางและโอกาสทองของผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องจับตลาดความต้องการของผู้บริโภคและทำผลิตภัณฑ์ออกมาตอบสนองความต้องการ
– ทำธุรกิจอันชาญฉลาด โดยรู้ว่าธุรกิจอะไรควรลงไปแข่ง พิจารณาปัจจัยทางความพร้อม บุคลากร เงินทุน การบริหาร บวกกับแนวทางการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายที่จะลงไปจับ คู่แข่ง ความต้องการหลักของผู้บริโภค
– ความน่าเชื่อถือ จะช่วยลดจุดด้อยในเรื่องการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับบริษัทหน้าใหม่ๆ หากไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ทางออกของปัญหา คือ สร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในกรอบการดำเนินงานของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนเงินทุนสำรอง ยอดหมุนเวียนในกระแสเงินสด และที่สำคัญคือประวัติการทำงานที่ผ่านมาของบริษัทต้องไม่มีข้อผิดพลาดจนถูกฟ้องร้องหรือความล้มเหลว เพราะจะช่วยทดแทนจุดด้อยในเรื่องของการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี
– พึ่งพาบริการฟรีในรูปแบบเครือข่าย เช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในการทำธุรกิจแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท บางครั้งอาจช่วยพิจารณาการวางแผนธุรกิจและช่วยกระจายข้อมูลในเรื่องการทำงานให้ด้วย และยังเป็นวิธีการช่วยเพิ่มความรู้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
– ใช้สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจสามารถค้นหาจากทางโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเขียนแผนทางธุรกิจ การดาวน์โหลดเอกสาร และสิ่งต่างๆ ที่มีเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
– ใช้จุดแข็งเข้าต่อสู้ จะต้องสำรวจก่อนว่ามีจุดแข็งในเรื่องอะไรที่จะสามารถไปต่อกรกับคู่แข่งบนท้องตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ถูกกว่า คุณสมบัติที่ดีกว่า ซึ่งการใช้จุดแข็งของธุรกิจเข้ามาต่อสู้นี้ต้องใช้ทักษะส่วนตัวของผู้ประกอบการค่อนข้างมากในการบริหารจัดการที่วางเอาไว้

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ
ธุรกิจเติบโตได้ให้พิจารณาจาก 2 มิติ ที่สำคัญ คือมิติด้านลูกค้า ที่แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ และมิติด้านผลิตภัณฑ์ ที่แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกสายผลิตภัณฑ์ออกไป ธุรกิจมีความเข้มแข็ง และสามารถที่จะรับมือกับคู่แข่ง ความต้องการของลูกค้า และรับมือกับสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมืองได้ เราก็พร้อมที่จะใช้กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ การทำให้ธุรกิจเติบโตต้องลงทุนเพิ่ม ต้องขยายกิจการ ต้องขยายสาขา และมีความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มมากขึ้น

  1. กลยุทธ์แรก คือกลยุทธ์การเจาะตลาด (Market Penetration) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ ลูกค้ากลุ่มปัจจุบันรู้จัก และซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น
  2. กลยุทธ์ที่สอง คือกลยุทธ์การพัฒนาตลาด (Market Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไร ใช้โอกาสจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
  3. กลยุทธ์ที่สาม คือกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าปัจจุบันของเราได้มีโอกาสใช้ประเภทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็น Product Line ใหม่ๆ ของเรา
  4. กลยุทธ์ที่สี่ คือกลยุทธ์การแตก Line ธุรกิจ (Diversification) เป็นกลยุทธ์การเติบโตด้วยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่

ความเสี่ยงที่ต้องระวังก็คือ บางครั้งเราคาดหวังอย่างมากว่า จะต้องได้รับการตอบรับ เป็นที่รู้จักของลูกค้า และมีส่วนครองตลาด หรือ Market Share เพิ่มสูงขึ้น ก็เลยทุ่มหมดหน้าตัก ใช้งบประมาณในการทำการตลาดเต็มที่ การใช้เงินในการทำการตลาดเต็มที่ ไม่ได้รับประกันว่า จะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังเสมอไป ในสภาวะที่ธุรกิจของเราหยุดนิ่ง คู่แข่งของเราก้าวล้ำนำหน้าเราไปแล้วที่เขาก้าวล้ำนำหน้าเราไป ก็เพราะว่าความต้องการของลูกค้าก้าวไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าไม่มีวันสิ้นสุด มีความต้องการใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวันถ้าเราหยุดนิ่ง ก็เท่ากับเราประกาศว่าธุรกิจของเราพร้อมที่จะเข้าสู่สภาวะของการเลิกกิจการในอนาคตนั่นเอง