ทำอย่างไรกันจะทำให้ประสบความสำคัญในธุรกิจ

ในการบริหารจัดการ ให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จได้ถ้าได้มีโอกาสดำเนินธุรกิจก็ตาม นอกจากนี้ในเรื่องของ การสื่อสารที่ผ่านตัว เอกสารแผนธุรกิจแล้ว ยังเป็นเรื่องของ การสื่อสารผ่านตัว ผู้ประกอบการเองอีกด้วย  การสื่อสารผ่านตัวผู้ประกอบการหรือการสัมภาษณ์ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรืออาจจะถือว่า เป็นส่วนสำคัญมากกว่าเสียอีก เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอเป็นแผนธุรกิจที่ดี ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดีแล้วต้องมีการต่อยอดทางธุรกิจต่อไปด้วย

โดยต้อง เริ่มจากผู้ประกอบการต้องดูก่อนว่าผลิตภัณฑ์หลักมีความเกี่ยวข้องกับอะไรจึงจะนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งนั้น การต่อยอดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เดิม เป็นแนวทางที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องลงทุนมากมายนัก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี สำรวจความต้องการของตลาดแล้วนำมาต่อยอดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แนวทางในการต่อยอดมีหลากหลายสามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความชำนาญและปัจจัยต่างๆประกอบกัน

ในปัจจุบันยังมีอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่กำลังเป็นนิยม และยังใช้ต้นทุนไม่มากนั่นก็คือการโปรโมทแบรนด์ของเราผ่านทาง Social Media ต่างๆ  ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะลงไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ Social Media เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการตอบสนองพวกเขาอย่างไรบ้าง

 

แนวทางการทำธุรกิจยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จ

การที่จะประสบความสำเร็จแบบนักธุรกิจยุคใหม่ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักธุรกิจยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งบ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของกิจการที่จะเจริญเติบโตในอนาคต ซึ่งแนวคิดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ง่ายสำหรับนักธุรกิจยุคใหม่ มีดังต่อไปนี้
– การมองหาความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่พึงจะต้องกระทำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการ เพราะต้องเข้าใจในพื้นฐานที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือช่องทางและโอกาสทองของผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องจับตลาดความต้องการของผู้บริโภคและทำผลิตภัณฑ์ออกมาตอบสนองความต้องการ
– ทำธุรกิจอันชาญฉลาด โดยรู้ว่าธุรกิจอะไรควรลงไปแข่ง พิจารณาปัจจัยทางความพร้อม บุคลากร เงินทุน การบริหาร บวกกับแนวทางการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายที่จะลงไปจับ คู่แข่ง ความต้องการหลักของผู้บริโภค
– ความน่าเชื่อถือ จะช่วยลดจุดด้อยในเรื่องการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับบริษัทหน้าใหม่ๆ หากไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ทางออกของปัญหา คือ สร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในกรอบการดำเนินงานของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนเงินทุนสำรอง ยอดหมุนเวียนในกระแสเงินสด และที่สำคัญคือประวัติการทำงานที่ผ่านมาของบริษัทต้องไม่มีข้อผิดพลาดจนถูกฟ้องร้องหรือความล้มเหลว เพราะจะช่วยทดแทนจุดด้อยในเรื่องของการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี
– พึ่งพาบริการฟรีในรูปแบบเครือข่าย เช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในการทำธุรกิจแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท บางครั้งอาจช่วยพิจารณาการวางแผนธุรกิจและช่วยกระจายข้อมูลในเรื่องการทำงานให้ด้วย และยังเป็นวิธีการช่วยเพิ่มความรู้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
– ใช้สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจสามารถค้นหาจากทางโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเขียนแผนทางธุรกิจ การดาวน์โหลดเอกสาร และสิ่งต่างๆ ที่มีเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
– ใช้จุดแข็งเข้าต่อสู้ จะต้องสำรวจก่อนว่ามีจุดแข็งในเรื่องอะไรที่จะสามารถไปต่อกรกับคู่แข่งบนท้องตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ถูกกว่า คุณสมบัติที่ดีกว่า ซึ่งการใช้จุดแข็งของธุรกิจเข้ามาต่อสู้นี้ต้องใช้ทักษะส่วนตัวของผู้ประกอบการค่อนข้างมากในการบริหารจัดการที่วางเอาไว้

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ
ธุรกิจเติบโตได้ให้พิจารณาจาก 2 มิติ ที่สำคัญ คือมิติด้านลูกค้า ที่แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ และมิติด้านผลิตภัณฑ์ ที่แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกสายผลิตภัณฑ์ออกไป ธุรกิจมีความเข้มแข็ง และสามารถที่จะรับมือกับคู่แข่ง ความต้องการของลูกค้า และรับมือกับสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมืองได้ เราก็พร้อมที่จะใช้กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ การทำให้ธุรกิจเติบโตต้องลงทุนเพิ่ม ต้องขยายกิจการ ต้องขยายสาขา และมีความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มมากขึ้น

  1. กลยุทธ์แรก คือกลยุทธ์การเจาะตลาด (Market Penetration) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ ลูกค้ากลุ่มปัจจุบันรู้จัก และซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น
  2. กลยุทธ์ที่สอง คือกลยุทธ์การพัฒนาตลาด (Market Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไร ใช้โอกาสจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
  3. กลยุทธ์ที่สาม คือกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าปัจจุบันของเราได้มีโอกาสใช้ประเภทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็น Product Line ใหม่ๆ ของเรา
  4. กลยุทธ์ที่สี่ คือกลยุทธ์การแตก Line ธุรกิจ (Diversification) เป็นกลยุทธ์การเติบโตด้วยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่

ความเสี่ยงที่ต้องระวังก็คือ บางครั้งเราคาดหวังอย่างมากว่า จะต้องได้รับการตอบรับ เป็นที่รู้จักของลูกค้า และมีส่วนครองตลาด หรือ Market Share เพิ่มสูงขึ้น ก็เลยทุ่มหมดหน้าตัก ใช้งบประมาณในการทำการตลาดเต็มที่ การใช้เงินในการทำการตลาดเต็มที่ ไม่ได้รับประกันว่า จะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังเสมอไป ในสภาวะที่ธุรกิจของเราหยุดนิ่ง คู่แข่งของเราก้าวล้ำนำหน้าเราไปแล้วที่เขาก้าวล้ำนำหน้าเราไป ก็เพราะว่าความต้องการของลูกค้าก้าวไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าไม่มีวันสิ้นสุด มีความต้องการใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวันถ้าเราหยุดนิ่ง ก็เท่ากับเราประกาศว่าธุรกิจของเราพร้อมที่จะเข้าสู่สภาวะของการเลิกกิจการในอนาคตนั่นเอง

แนวคิดการดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดเป็นธงนำ

5

หากเราเป็นธุรกิจ SME เล็กๆ จะหาที่ยืนอยู่บนสนามรบทางธุรกิจในโลกปัจจุบันได้อย่างไรเป็นคำถามที่ผู้ประกอบการ SME หลายๆ คนต้องการคำตอบ เพื่อเป็นแนวทางในการต่อสู้กับอำนาจทุนนิยมในปัจจุบันอาจจะไม่ใช่เรื่องยากจนเกินความสามารถ ขอเพียงแต่ให้เรามี จุดยืน ที่ชัดเจนและต้องแตกต่างเพราะถ้าเราไม่มีจุดยืนหรือสร้างความแตกต่างแล้วสุดท้ายก็จะต้องแข่งขันด้วยขายราคาถูก ซึ่งก็เป็นไปได้ยากสำหรับธุรกิจ SME ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและทรัพยากรต่างๆ ยิ่งไปกว่านั้นการเลือกเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม ที่มีความชัดเจน ก็จะช่วยให้เกิดความได้เปรียบและประหยัดทรัพยากร เป็นแนวคิดการดำเนินธุรกิจโดยใช้กลยุทธ์ด้านการตลาดเป็นธงนำ มุ่งหากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อที่ความต้องการยังไม่ได้ถูกตอบสนอง ยิ่งในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การทำตลาดเฉพาะกลุ่มจัดได้ว่าเป็นกลไกและเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ ถ้าอย่างนั้น การตลาดเฉพาะกลุ่มคืออะไร คือ การขายสินค้าให้กับคนเฉพาะกลุ่ม ไม่ได้ขายสินค้าให้กับทุกคน หากแต่มีกลุ่มลูกค้าที่เฉพาะเจาะจงลงไป หากเป็นกลุ่มผู้หญิงก็จะต้องเจาะจงลงไปเลยว่าเป็นผู้หญิงที่รูปร่างอ้วน มีน้ำหนักตั้งแต่ 80 กิโลกรัมขึ้นไป เป็นต้น

สำหรับข้อดีของการทำ Niche Market ก็คือ การช่วยประหยัดทรัพยากรในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กำลังคนหรือเงินทุน เนื่องจากการจับกลุ่มเป้าหมายในวงกว้างจะทำให้เราต้องหว่านกำลังคนและเงินทั้งหมดไปในจุดต่างๆ โดยที่ได้ผลกลับมาไม่เต็มที่ แต่ถ้าเรานำคนและเงินทุนที่มีจำกัดไปใช้กับลูกค้าเป้าหมายเฉพาะกลุ่ม ก็จะสามารถทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่ในการศึกษาพฤติกรรม และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มที่ จุดสำคัญอีกข้อก็คือ ความเป็น Niche Market มักทำให้มีคู่แข่งในตลาดน้อย หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้เพราะขนาดตลาดเล็กเกินไป จึงไม่ดึงดูดผู้เล่นรายใหญ่ๆ เข้ามา ดังนั้นหากเราสามารถค้นพบตลาดส่วนนี้และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ก่อน เราก็มีโอกาสเป็นผู้นำในตลาดได้โดยง่าย เพราะลูกค้าหรือคนส่วนใหญ่จะรับรู้และจดจำว่าธุรกิจเราเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในเรื่องนั้นๆ และด้วยความเชี่ยวชาญนี้เองที่ทำให้เรามีแต้มต่อที่เหนือกว่ารายอื่นๆ

สภาพตลาดและอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไร

5

ความสามารถในการสื่อสารหรือการสร้างความเข้าใจ สามารถถือได้ว่าเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของแผนธุรกิจ จากที่ได้เคย กล่าว มาแล้วเกี่ยวกับหน้าที่ของแผนธุรกิจ ที่ต้องสื่อสารให้ผู้อ่านเข้าใจเกี่ยวกับ กระบวนการในการวางแผน ดำเนินงานของธุรกิจ และผลที่เกิดขึ้น จาก การวางแผนนั้น หรือการแปลงความคิดในสมองของผู้ประกอบการ ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการแปลงจากนามธรรมมาสู่รูปธรรม ซึ่งถ้าผู้ประกอบการหรือผู้เขียนแผนไม่สามารถถ่ายทอด หรือให้รายละเอียดของ ความคิดของตนออกมาได้ ก็เป็นการยากที่จะทำให้ผู้อื่น เชื่อได้ว่า ธุรกิจนี้มีการวางแผนที่ดี เพราะแม้แต่เจ้าของความคิดยังไม่สามารถระบุ หรือไม่เข้าใจแม้แต่สิ่งที่ตนเองวางแผนไว้ได้ แล้วจะให้ผู้อื่น เข้าใจได้อย่างไร แต่ถ้าผู้ประกอบการสามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรได้ ก็แสดงว่าอย่างน้อย ก็มีความเข้าใจและ อาจสามารถสื่อสารได้เป็นเบื้องต้น ดังนั้นแผนธุรกิจที่ดีเมื่ออ่านแล้วผู้อ่านจะเข้าใจในตัวธุรกิจได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งแม้ว่าจะไม่เข้าใจทั้งหมด อย่างถ่องแท้ อันอาจจะเนื่องมาจากจำนวนหน้าหรือรายละเอียดของแผนธุรกิจที่จำกัด แต่อย่างน้อยผู้อ่านก็พอจะเข้าใจได้ว่า ธุรกิจนี้คือ ธุรกิจอะไร สภาพตลาดและอุตสาหกรรมในปัจจุบันและอนาคตเป็นอย่างไร และส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร ธุรกิจมีการวางแผนการบริหารจัดการ แผนการตลาด แผนการผลิต และแผนการเงินอย่างไร รวมถึงมีความน่าสนใจหรือให้การสนับสนุนหรือไม่ โดยไม่ว่าผู้อ่าน จะตัดสินใจว่า ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ดีควรได้รับการสนับสนุน หรือเป็นธุรกิจที่ไม่ดีไม่สมควรที่จะเสี่ยงที่จะสนับสนุนหรือควรลงทุนก็ตาม

อย่างน้อยผู้อ่านต้องเข้าใจในรายละเอียดของแผนธุรกิจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะจุดบกพร่องสำคัญที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับแผนธุรกิจที่พบอยู่เสมอ คืออ่านแล้วไม่เข้าใจ ในข้อมูลสำคัญต่างๆ ตามที่ผู้อ่านคาดหวังหรือต้องการทราบเกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งถ้าแผนธุรกิจฉบับนั้นไม่สามารถ สามารถสื่อสาร ให้เข้าใจได้ ผู้อ่านก็มักจะตัดสินใจก่อนเลยเป็นเบื้องต้นว่าแผนธุรกิจนั้นเป็นแผนธุรกิจที่ไม่ดี หรือธุรกิจดังกล่าวเป็นธุรกิจที่ไม่ดี และจะไม่ให้ความสนใจ ในที่สุด แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วธุรกิจนั้นอาจเป็นธุรกิจที่ดีมีอนาคต หรือผู้ประกอบการ มีความสามารถ ในการบริหารจัดการ ให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จได้ถ้าได้มีโอกาสดำเนินธุรกิจก็ตาม นอกจากนี้ในเรื่องของ การสื่อสารที่ผ่านตัว เอกสารแผนธุรกิจแล้ว ยังเป็นเรื่องของ การสื่อสารผ่านตัว ผู้ประกอบการเองอีกด้วย เนื่องจากไม่เคยมีการอนุมัติหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประกอบการ โดยการพิจารณาเฉพาะ ตัวเอกสารแต่อย่างเดียว การสื่อสารผ่านตัวผู้ประกอบการหรือการสัมภาษณ์ก็ถือเป็นประเด็นสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน หรืออาจจะถือว่า เป็นส่วนสำคัญมากกว่าเสียอีก เพราะบ่อยครั้งที่พบว่าแผนธุรกิจที่นำเสนอเป็นแผนธุรกิจที่ดี แต่เมื่อผู้อ่านซึ่งอาจเป็นเจ้าหน้าที่สินเชื่อ หรือคณะกรรมการ สอบถามข้อมูลหรือสัมภาษณ์ผู้ประกอบการเพื่อต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กลับพบว่า ผู้ประกอบการไม่สามารถ ถ่ายทอดหรือสื่อสารให้เข้าใจได้ หรือเป็นในลักษณะ “พูดไม่รู้เรื่อง” อันอาจเนื่องมาจากผู้ประกอบการไม่ได้เป็น คนเขียนแผนธุรกิจ ด้วยตนเอง และไม่ได้ทำความเข้าใจในแผนธุรกิจอย่างละเอียด ทำให้ได้รับคำปฏิเสธในที่สุด ดังนั้นพึงระลึกว่าแผนธุรกิจ ในส่วนที่เป็นเอกสาร เป็นขั้นตอน เบื้องต้นในการสื่อสารไปยังผู้อ่าน เพื่อให้ผู้อ่านมีความเข้าใจเบื้องต้นและมีความสนใจในธุรกิจ และขอให้ผู้ประกอบการ นำเสนอด้วย คำพูด และอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อการพิจารณาในการให้การสนับสนุนในภายหลัง

แนวคิดทางการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมากที่ถูกให้ออก ถูกลดขนาดองค์กร หรือเบื่อหน่ายจากการทำงานในองค์กร และเริ่มสนใจออกเผชิญโชคในเส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก โชคไม่ดีที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ล้มเหลวในการตัดสินใจวางแผนหรือกลยุทธ์ทางการตลาด

มีแนวคิดทางการตลาดจำนวนมากที่ถูกสร้างขึ้นสำหรับดำเนินการทางการตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กสำหรับนำมาพิจารณาและวางแผน แต่สำหรับคำแนะนำครั้งนี้จะเลือกมาเพียง 10 แนวคิดสำหรับการตลาดธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น

แนวคิดที่ 1 : ความสอดคล้อง (Consistency)
ความสอดคล้องเป็นแนวคิดด้านการตลาดอันหนึ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเท่านั้น มักไม่พบในการนำไปใช้เป็นแนวคิดทางการตลาดสำหรับธุรกิจทั่วๆ ไป ผู้เขียนเคยได้ทำงานร่วมกับผู้ค้าทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งพบว่ามีความไม่สอดคล้องอย่างมากในทุกพื้นที่ของการซื้อขายสินค้าหรือบริการ ความสอดคล้องจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายและเพิ่มคุณค่าให้กับตราสินค้า

แนวคิดที่ 2 : การวางแผน (Planning)
เมื่อเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กตัดสินใจที่จะดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับการตลาด การวางแผนเป็นเป็นแนวคิดหลักต่อมาที่จะต้องเริ่มดำเนินการ การวางแผนเป็นส่วนที่จำเป็นมากสำหรับการตลาดธุรกิจขนาดเล็กหรือการทำการตลาดระดับอื่นๆ สำหรับเจ้าของกิจการจำนวนมาก ผู้จัดการทางการตลาด และยามเมื่อมีระดับการวางแผน CMOs ไม่ดี ให้เวลากับการวางแผนกลยุทธ์

แนวคิดที่ 3 : กลยุทธ์ (Strategy)
กลยุทธ์เป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติภายหลังการวางแผนทันทีเพราะว่ากลยุทธ์ของคุณจะเป็นรากฐานของกิจกรรมทางการตลาด ในกระบวนการวางแผนคุณต้องทำการพัฒนากลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง กำหนดกลุ่มเป้าหมาย ทำอย่างไรจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ และวิธีการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายกลายมาเป็นลูกค้า

แนวคิดที่ 4 : เป้าหมายทางการตลาด (Target Market)
เป้าหมายทางการตลาดถือเป็นอีกแนวคิดที่สำคัญสำหรับตลาดธุรกิจขนาดเล็ก กำหนดให้แน่ชัดว่าใครเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เจ้าของกิจการธุรกิจขนาดเล็กจะมุ่งเน้นว่าเป็นลูกค้าเฉพาะและนับเป็นการลดการสูญเสียทางการตลาด การกำหนดเป้าหมายทางการตลาดจะทำให้การดำเนินการตามแนวคิดการตลาดอื่นๆ ทำได้ง่ายขึ้นในการทำให้บรรลุและประสบความสำเร็จสูงสุด

แนวคิดที่ 5 : งบประมาณ (Budget)
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในอันดับที่ 5 แต่การจัดสรรงบประมาณก็มีความสำคัญตลอดกระบวนการทั้งหมด การจัดทำงบประมาณทางการตลาดมักเป็นเรื่องยากที่สุดและเป็นส่วนที่มีความคลาดเคลื่อนมากที่สุดสำหรับการตลาดของธุรกิจขนาดเล็ก เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางการตลาดและมักจบลงด้วยการวางงบประมาณคลาดเคลื่อน สิ่งสำคัญที่สุดในแนวคิดด้านการตลาดคือการจัดทำงบประมาณทางการตลาดตามความเป็นจริง ทั้งนี้คุณควรพิจารณาการกระจายการใช้จ่ายอย่างเป็นประโยชน์ของเงินทุนที่มีอยู่

แนวคิดที่ 6 : ส่วนประสมทางการตลาด (Marketing Mix)
ส่วนประสมทางการตลาดหมายความรวมถึง ผลิตภัณฑ์ ราคา ช่องทางการจัดจำหน่าย และการส่งเสริมการตลาด ในกรณีเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กคุณจะต้องตัดสินใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (หรือบริการ) การจัดสรรราคา การจัดหาสถานที่และวิธีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางชักจูงให้คนรู้จักผลิตภัณฑ์ของคุณ

แนวคิดที่ 7 : เว็บไซต์ (Website)
ในตลาดปัจจุบันธุรกิจทุกๆ ขนาดจะต้องมีเว็บไซต์ เว็บไซต์ทางธุรกิจไม่ควรมีจำนวนหน้าที่น้อยเกินไปหรือข้อมูลล้าสมัย ลูกค้าจะใช้เวลากว่ากว่า 60% เพื่อค้นหาข้อมูลเว็บไซต์ก่อนตัดสินใจซื้อ แนวคิดการทำตลาดนี้จะมุ่งเน้นการสร้างความประทับใจให้เพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบ แต่คุณควรจะเริ่ม อย่างน้อยดำเเนินการพัฒนาเว็บไซต์ขนาดเล็กและมีการให้ข้อมูลที่ทันสมัยอยู่เสมอ

แนวคิดที่ 8 : ตราสินค้า (Branding)
เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยมักจะละเลยความคิดนี้ การตลาดสำหรับธุรกิจขนาดเล็กจะต้องมุ่งเน้นแนวความคิดด้านการตลาดเช่นเดียวกับองค์กรขนาดใหญ่ การสร้างตราสินค้าประกอบไปด้วย รูปภาพ โลโก้ แบบรายการ แผนงาน การจัดเตรียม และภาพลักษณ์ของตราสินค้าและองค์กรของคุณ การสร้างตราสินค้าคือการทำอย่างไรให้ลูกค้ารับรู้ถึงผลิตภัณฑ์และองค์กร ให้แน่ใจว่าได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับชนิดของตราสินค้าที่คุณกำลังสร้างขึ้นผ่านขั้นตอนของการวางแผนและดำเนินการ

แนวคิดที่ 9 : การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณา (Promotion and Advertising)
การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาเป็นแนวคิดทางการตลาดที่ค่อนข้างซับซ้อน และต้องคำนึงถึงในธุรกิจทุกประเภทและทุกผลิตภัณฑ์และบริการ เมื่อคุณดำเนินการตามแนวคิดทางการตลาด 8 ข้อข้างต้น สุดท้ายคุณจะต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักคุณและผลิตภัณฑ์ของคุณ การส่งเสริมการตลาดและการโฆษณาที่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพในการจดจำตราสินค้า และท้ายที่สุดคือการเพิ่มขึ้นของยอดขาย

แนวคิดที่ 10 : การจัดการลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM)
แนวคิดการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ถูกนำมาใช้ในระบบอุตสาหกรรมจำนวนมากในการทำตลาดทั่วโลก มีซอฟแวร์และบริการหลายประเภทถูกนำเสนอเพื่อช่วยเหลือธุรกิจหลายๆ ขนาดในการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ เนื่องจากมีใช้มากและมีประโยชน์มากมายในองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักจะมองแนวคิดนี้ว่าธุรกิจของพวกเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่เพียงพอหรือมีเงินทุนในการดำเนินการให้บรรลุผล ไม่จำเป็นต้องทำเช่นเดียวกับธุรกิจขนาดใหญ่ๆ การรักษาลูกค้าอย่างเหมาะสมด้วยการจัดการลูกค้าสัมพันธ์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความภักดีและการเป็นลูกค้าอย่างเหนียวแน่น

แนวคิดการตลาดข้างต้นควรต้องดำเนินการพิจารณา วิจัย วางแผน และดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ถึงกระนั้นการตลาดไม่ควรหยุดเพียงเท่านี้ ในธุรกิจที่มีความแตกต่างและมีองค์ประกอบเพิ่มขึ้นจะต้องพิจารณามากยิ่งขึ้น แต่แนวคิดข้างต้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการตลาดของทุกๆ ธุรกิจ

หลายชาติต่างให้ความสนใจด้านการลงทุนทำธุรกิจในสิงคโปร์

The-Singapore-Merlion
เนื่องจากสิงคโปร์มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจค่อนข้างมาก ประกอบกับข้อจำกัดด้านพื้นที่ ทำให้การลงทุนของไทยในสิงคโปร์เป็นไปได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการเกษตรหรืออุตสาหกรรม ส่วนที่อาจเป็นไปได้บ้างคือ ด้านบริการที่ไทยมีความชำนาญ โดยเฉพาะในกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหารหรือสปา ซึ่งสิงคโปร์มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งที่น่าสนใจ และรัฐบาลกำลังส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง นอกจากนี้การร่วมมือกับสิงคโปร์ในธุรกิจระหว่างประเทศ เช่น การค้าหรือโลจิสติกส์ โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าจะมีความเป็นไปได้

โอกาสในการลงทุนก่อตั้งธุรกิจในสิงคโปร์ของผู้ประกอบการไทยเพื่อเจาะตลาดการบริโภคในประเทศ อาจไม่โดดเด่นเท่ากับประเทศอาเซียนอื่นๆ เนื่องจากข้อจำกัดในด้านขนาดตลาดของสิงคโปร์ ดังนั้นการลงทุนของผู้ประกอบการไทยอาจมุ่งเน้นเพื่อการใช้สิงคโปร์เป็นฐานในการกระจายสินค้าหรือสาขาการให้บริการของไทยให้กว้างขึ้น โดยอาศัยความร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น น่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้มากกว่า เช่น ธุรกิจผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร ธุรกิจสปา เป็นต้นสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ ไทยอาจอาศัยความชำนาญและความได้เปรียบของการเป็นฐานการลงทุนในภูมิภาคของสิงคโปร์ เพื่อลงทุนในธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์มีความเชี่ยวชาญ เทคโนโลยี และความสามารถในการจัดการสูง การเข้าไปร่วมลงทุนจะทำให้ไทยได้รับประโยชน์จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีนอกเหนือไปจากผลประกอบการ เช่นเดียวกับธุรกิจที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีในการผลิต

สิงคโปร์ตั้งอยู่บนภูมิศาสตร์ที่เหมาะแก่การค้า เป็นที่ทำการค้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ สิงคโปร์เป็นเกาะตั้งอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ ติดกับมาเลเซียและอินโดนีเซีย ขนาดพื้นที่รวม 697 ตารางกิโลเมตร และเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นหลายๆด้านไม่ว่าจะในด้านการให้สิทธิประโยชน์ในการลงทุนต่างประเทศเท่าเทียมกับนักลงทุนในประเทศ โดยสามารถลงทุนได้ 100% ยกเว้นเพียงสาขาการกระจายเสียง การจัดสรรคลื่นความถี่และกิจการด้านหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสิงคโปร์ นโยบายด้านการลงทุนจากต่างประเทศของสิงคโปร์มีความชัดเจน แน่นอน การเมืองมีความมั่นคงและประชากรเป็นแรงงานที่มีฝีมือ และจากการพิจารณาหลายๆปัจจัย ทั้งในด้านแรงงาน การเมือง เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ทำให้สิงคโปร์ได้รับการยอมรับจากองค์กรระดับโลกเกี่ยวกับศักยภาพการลงทุนในด้านต่างๆ

คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่ดีสำหรับในการประกอบธุรกิจ


ความสำเร็จในชีวิต
หลายคนเชื่อว่าผู้ประกอบการสามารถสอนกันได้ แต่ในความเป็นจริงการเรียนการสอนในระบบปัจจุบันได้ทำลายความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเป็น ผู้ประกอบการไปเสียแล้ว ดังนั้นจึงพบว่าบ่อยครั้งที่มีผู้ต้องการเป็นผู้ประกอบการเป็นจำนวนมาก แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร และควรจะทำอะไร นอกจากนี้หากผู้ที่ต้องการเป็น ผู้ประกอบการ ผ่านการทำงานยาวนานมาหลายปีและมีเหตุต้องออกจากงาน ก็เป็นสิ่งยากยิ่งนักที่จะเริ่มต้นกับการเป็นผู้ประกอบการใหม่

อย่างไรก็ตามการเริ่มต้น ถือเป็นก้าวแรกของความสำเร็จ หากไม่คิดที่จะเริ่มต้นจึงยากที่จะรู้จักความสำเร็จ ซึ่งอาจจะต้องผ่านความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ผ่านความผิดหวังหลายต่อหลายหน แต่ทว่าการเป็นผู้ประกอบการที่ดีและประสบความสำเร็จ จะมีลักษณะร่วมที่เหมือน ๆ กันหลายประการ โดยลักษณะร่วมของผู้ประกอบการที่ดีนี้ ได้แก่
1. กระหายสู่ความสำเร็จ
ผู้ประกอบการต้องมีคาวามรู้สึกต้องการอย่างแรงกล้าในการทำธุรกิจ หรือต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ เนื่องจากหากไม่มีความต้องการนี้ ก็จะไม่มีพลังผลักดันให้ผู้ประกอบการลุกขึ้นมาดำเนินการให้บรรลุเป้าหมาย โดยความต้องการนี้สังเกตได้อย่างชัดเจนว่าจะไม่เหมือนกับความต้องการของคนธรรมดาทั่วไป ทั้งความต้องการด้านทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ หรือเรียกได้ว่า มีความทะเยอทะยานในระดับสูง
2. มีลักษณะนิสัยชอบเสี่ยง
หลายคนเชื่อว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้นจะพบกับความเสี่ยงสูงอยู่เสมอจึงทำให้หลายคนท้อตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มต้น หรือล้มเลิกโครงการในการทำธุรกิจตนเองแล้วกลับไปเป็นลูกจ้างต่อก็มี ความเชื่อเช่นนี้อาจไม่ใช่ความเป็นจริงนัก เนื่องจาก 2 ใน 3 ของผู้ที่ต้องการทำธุรกิจของตัวเอง มักจะมีงานประจำหรืองานพาร์ทไทม์อยู่ก่อนแล้วหรือมีธุรกิจอย่างอื่นอยู่ พวกเขาจะไม่ทุ่มเท ทรัพยากรทั้งหมดมาทำธุรกิจของตนเองจนกว่าจะมีความพร้อม หรือตัดสินใจแล้วว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าแล้วถ้าทำเช่นนั้น
3. คิดอย่างสร้างสรรค์ และ สร้างฝันให้ยิ่งใหญ่
อีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ของผู้ประการที่ดีต้องมี ก็คือการมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ หรือมีจิตนาการที่ไม่เหมือนคนอื่น ซึ่งความคิดสร้างสรรค์ของผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จนั้น ต้องเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในกรอบที่ผู้ประกอบการสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงด้วย
4. ยึดมั่นไม่ย่อท้อ
คุณสมบัติประการนี้เกิดขึ้นเพราะผู้ประกอบการทุกคนมักจะประสบความรู้สึกร่วมกันก็คือการเผชิญกับอุปสรรคนานาประการ ที่ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จคือ บุคคลที่ไม่ล้มเลิกอะไรง่าย ๆ และทุกคนล้วนเคยล้มเหลวมาก่อน หรือผิดพลาดมาแล้วทั้งนั้น แต่ความผิดพลาดหรือความล้มเหลวดังกล่าวไม่ได้ทำให้เป้าหมายของผู้ประกอบการเปลี่ยนแปลงไป
5. เชื่อมั่นในตนเอง
คุณสมบัติประการสำคัญอีกประการหนึ่งของการเป็นผู้ประกอบคือการมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง และแนวคิดในการทำเนินธุรกิจของตัวเอง แม้ว่าในระหว่างของการก่อร่างสร้างตัวนั้น บุคคลรอบข้างไม่ว่าจะเป็น ญาติสนิท เพื่อนฝูง นายธนาคาร หรือกระทั่งคู่ชีวิต จะไม่เชื่อมั่นในผู้ประกอบการคนนั้นก็ตาม วิธีสร้างความเชื่อมั่นโดยเรียนรู้จากการทำงานที่อื่นมาก่อนนั้นเป็นต้นทุนในการประกอบธุรกิจที่ราคาต่ำสุดและเปรียบเสมือนการเรียนทางลัด ทั้งยังได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าที่สุดในการประกอบธุรกิจ(สำหรับหนังสือบางเล่มก็เป็นโค้ตได้เช่นกัน) ในขณะที่บางคนมีจุดเริ่มต้นในการเป็นผู้ประกอบการมาจากศูนย์ ไม่มีแม้แต่เงินทอง ทรัพย์สิน เพื่อนฝูง หรือความรู้หรือเรียกได้ว่าไม่มีอะไรเลยนอกจากความเชื่อมั่น คิดเพียงแต่ว่าความเชื่อมั่นสามารถสร้างธุรกิจที่ตนรักและต้องการให้เกิดขึ้นได้ จึงเริ่มทำงานตามสิ่งที่ตนเองเชื่อ แล้วก็ฝ่าฟันไปยังเป้าหมายที่ต้องการจนได้
6. มีความสามารถในการตัดสินใจ
หลายคนเชื่อว่า บุคคลคนหนึ่งมีความสามารถแตกต่างไปจากบุคคลอื่นนั้นส่วนหนึ่งมาจากความสามารถในการตัดสินใจของแต่ละบุคคลไม่เทียมกัน และผู้ประกอบการก็เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความสามารถในการตัดสินใจที่แตกต่างและโดดเด่นจากบุคคลอื่น สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าในตัวผู้ประกอบการทุกคนจะมีสัญชาติญาณหนึ่งที่บ่งบอกว่าเมื่อใดควรตัดสินใจและเมื่อใดไม่ควรตัดสินใจโดยเฉพาะการตัดสินใจในภาวะวิกฤติว่าควรจะดำเนินการอย่างไรกับธุรกิจหรือในชีวิตของตนเองแต่อย่างไรก็ตาม หากศึกษาให้ดีแล้วจะพบว่า กระบวนการของการตัดสินใจของผู้ประกอบการล้วนผ่านการกลั่นกรองด้วยดีมาแล้วสิ้นเชิงเป็นผลมาจากการสั่งสมประสบการณ์ในการดำเนินชีวิตที่ผ่านมาและการตรวจสอบจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นนั่นเอง
7. กล้าเปลี่ยนแปลงถือเป็นโอกาส
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่หรือเรียกได้ว่าแทบคนมองว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติซึ่งจะตรงกับบุคคลทั่วไปที่มองว่าการเปลี่ยนแปลงคือ หายนะ เพราะมันสามารถพลิกชีวิตคนคนหนึ่งจากเคยมีชีวิตที่สุขสบายให้กลายเป็นยาจกได้ในพริบตา แต่สำหรับมุมมองของผู้ประกอบการถือเป็นเรื่องจำเป็นของชีวิต บางครั้งหลายคนพยายามค้นหาความเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองอย่างกระหายเสียอีก

เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ


หลังจากที่เราได้เห็น ข้อดี และข้อเสีย ของการทำ ธุรกิจแฟรนไชส์ ไปแล้ว และคุณคิดว่าการซื้อแฟรนไชส์นั้น มีสิ่งที่ได้มากกว่าเสีย คุณก็คงจะอยากรู้ว่า ถ้าจะร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ซักแห่งหนึ่ง ธุรกิจนั้นควรจะมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง
โดยสิ่งที่ชี้ชัดว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี มีอยู่ 5 อย่าง ดังนี้
1. เจ้าของแฟรนไชส์
เจ้าของแฟรนไชส์ มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จของคุณ เมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์จากเค้า เพราะเค้าจะเป็นคนบอกวิธีการทำธุรกิจ วิธีการบริหารจัดการทุกอย่างให้กับคุณ ถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ มองแต่ผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจว่าคนซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ได้หรือไม่ นั่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
2. สินค้าตามกระแสหรือเปล่า
สินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณจะซื้อ ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่ตกกระแสง่ายๆ ไม่ใช่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตามกระแส เพราะไม่นานกระแสต่างๆ เหล่านี้ก็จะเลิก และเลิกไปพร้อมกับธุรกิจ คนที่เข้ามาลงทุนในสินค้านี้ทีหลังก็เจ๊งไปตามๆกัน สินค้าแฟชั่น ที่เห็นได้ชัดที่สุด และใกล้ตัวที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้มีขายแฟรนไชส์ คือ Rotiboy ที่โด่งดังสุดขีดช่วงปี 2548 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พอคนเลิกฮิตก็เลิกกิจการไป ส่วนอีกอย่างหนึ่ง คือ จตุคามรามเทพ ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงปี 2550 แต่ก็ฮิตได้ไม่นานเช่นกัน
3. การสนับสนุนจากแฟรนไชส์ครบถ้วนหรือไม่
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง เลือกที่จะสนับสนุนคนซื้อแฟรนไชส์เฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจ อาจจะแค่ช่วยเลือกทำเล ช่วยหาพนักงาน และช่วยวางระบบการทำงานเบื้องต้น แต่ไม่มีการติดตามผล หลังจากที่มีการขายแฟรนไชส์ไปแล้ว บางส่วนมองว่าขายแล้วคือขายเลย ขายขาด คนซื้อแฟรนไชส์จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว ก็ไม่รับรู้
4. อย่าเชื่อคำโฆษณาเรื่องคืนทุน
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง มักจะมีคำโฆษณาเกี่ยวกับเรื่อง ระยะเวลาในการคืนทุน หลังจากได้ทำธุรกิจไปแล้ว ซึ่งบางครั้งอาจจะดูดีเกินความเป็นจริงเพราะปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ ตราสินค้า และวิธีการทำธุรกิจเท่านั้น ยังมีเรื่องของ ทำเล เรื่องของพนักงาน และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทำให้คนซื้อแฟรนไชส์ไปแต่ละคน ได้กำไรไม่เท่ากัน บางคนอาจจะกำไรมหาศาล และบางคนอาจจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไปก็ได้
5. ต้องใช้เงินลงทุนเยอะหรือไม่
หลายคนอาจจะเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” ซึ่งหมายถึงว่าอย่าทำอะไรที่เกินตัว เกินความสามารถของตน ในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อแฟรนไชส์ได้ แล้วคุณต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากธนาคาร หรือเพื่อนฝูง คุณต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ธุรกิจคุณตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่จะเสียหาย ยังมีเจ้าหนี้ของคุณที่จะต้องมาเสียหายไปกับคุณด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ควรจะเลือกทำธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเรา และค่อยๆขยายธุรกิจภายหลังก็ยังไม่สาย

ดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคด้วยบรรจุภัณฑ์

นอกจากสินค้าจะมีคุณภาพดีแล้ว รูปแบบของหีบห่อและบรรจุภัณฑ์เป็นตัวเลือกลำดับแรกๆที่ผู้ประกอบการและนักบริหารมืออาชีพมักเลือกมาใช้ในการสร้างจุดสนใจให้กับสินค้า เพราะหีบห่อช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้กับสินค้าได้อย่างดี ทั้งยังมีประโยชน์ด้านการขายสินค้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ เพราะผลิตภัณฑ์ทำให้สินค้ามีความน่าสนใจและช่วยดึงดูดสายตาผู้บริโภค

สีสันที่สวยงามเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้มนุษย์มีความสนใจ ผู้ประกอบการจึงควรหยิบจับองค์ประกอบด้านนี้มาใช้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้ทันทีที่พบเห็นจึงควรหยิบจับองค์ประกอบด้านนี้มาใช้ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจและดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้ทันทีที่พบเห็นซึ่งองค์ประกอบเรื่องสีสันของหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ยังสามารถบ่งบอกและสะท้อนถึงภาพลักษณ์และคุณสมบัติบางประการของตัวผลิตภัณฑ์ได้ด้วย

รูปทรงของบรรจุภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ช่วยในการดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค ด้วยการออกแบบหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ให้มีรูปทรงที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และความทันสมัยของผลิตภัณฑ์ เช่นการออกแบบขวดน้ำหอมที่ใช้รูปทรงให้แปลกตามีความแตกต่าง

ขนาดของบรรจุภัณฑ์ช่วยในการจัดกลุ่มและแบ่งประเภทของผู้บริโภค เพราะความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคมีอัตราส่วนที่แตกต่างกันออกไป เช่นคนบางกลุ่มชอบเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่มีส่วนผสมเข้มข้นในบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็ก ในขณะที่คนบางกลุ่มชอบเครื่องดื่มแบบเจือจางและเน้นขวดขนาดใหญ่กว่าเพื่อความอิ่มท้อง สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรนำมาพิจารณาด้านการออกแบบ

บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำไปใช้ต่อได้กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ เพราะหากหีบห่อและบรรจุภัณฑ์ถูกออกแบบให้สวยงามน่าสนใจและยังสามารถนำกลับมาใช้งานต่อได้อีก ผลิตภัณฑ์นั้นมักเป็นตัวเลือกเป็นอันดับต้นๆ เช่น การนำถุงกลับมาใช้ใหม่ หรือนำขวดกลับมาใช้ เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่เปิดรับให้ผู้บริโภคได้เข้ามาหยิบจับผลิตภัณฑ์ และนำไปสู่การตัดสินใจซื้อ เพราะผู้บริโภคไม่สามารถมองเห็นคุณสมบัติของสินค้าที่อยู่ภายในได้ ดังนั้นการออกแบบบรรจุภัณฑ์ทำให้ผู้บริโภคนำมาพิจารณา และช่วยให้สินค้าสามารถจำหน่ายออกไปได้ และมียอดขายตามในภายหลัง

 

 

กลยุทธ์การทำการตลาดต้อนรับเทศกาลปีใหม่

texasveteranproject.org

ช่วงเทศกาลปีใหม่ เป็นเทศกาลที่ธุรกิจต่างให้ความสำคัญด้านการตลาดมากเป็นพิเศษ โดยการศึกษาจากพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้ทราบว่าในช่วงปีใหม่ลูกค้ามีกำลังในการซื้อสูงมาก ผู้ประกอบการจึงไม่ควรพลาดโอกาสทำการตลาดช่วงปีใหม่เป็นอันขาด

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้เป็นของขวัญเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะของขวัญเป็นสิ่งที่สื่อถึงความสุขได้อย่างดีในช่วงปีใหม่ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบของขวัญจึงเป็นกลยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จมาก เพราะสามารถขายสินค้าให้กับผู้บริโภคได้ทันที นิยมในผู้บริโภคที่ต้องการความสะดวก แต่หากผู้ประกอบการไม่มีงบประมาณมากพอจะเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์สินค้าให้เป็นสื่อแทนความรักและปราถนาดีได้ทันเวลา การห่อของขวัญฟรีก็ถือเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดแบบง่ายๆที่สามารถทำได้โดยทันทีเช่นกัน เชื่อหรือไม่ว่าการรับห่อของขวัญเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มยอดขายในทางอ้อมได้ นอกจากนี้การห่อของขวัญฟรีทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่าย

การลดราคาสินค้าช่วงปีใหม่ เพราะผู้บริโภคมักมองหาสินค้าที่มีการลดราคาที่เห็นแล้วต้องตกตะลึง หากผู้ประกอบการสามารถตอบสนองจุดนี้ได้จะเป็นการเพิ่มยอดขายได้มาก เพราะช่วงปีใหม่ผู้บริโภคมีความต้องการซื้อมากกว่าช่วงเดือนอื่นๆ ที่มักเลือกเก็บเงินไว้ในกระเป๋าเสียส่วนใหญ่ ดังนั้นการลดราคาจึงช่วยกระตุ้นผู้บริโภคได้แถมยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถระบายสินค้าออกได้ไวขึ้น เพื่อรับคอนเล็กชั่นใหม่ต่อไป

การจัดอีเวนท์ช่วงปีใหม่ เป็นกิจกรรมที่สำคัญ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่มักต้องการเฉลิมฉลองและร่วมนับถอยหลังเพื่อต้อนรับปีใหม่ ในการจัดอีเวนท์ให้ผู้บริโภคร่วมสนุก อาจจะเป็นในรูปแบบมินิคอนเสิร์ตหรือร่วมสนุกในรูปแบบต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำการตลาดช่วงปีใหม่ เนื่องจากผู้ประกอบการสามารถดังผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้าในงานได้จำนวนมาก

อย่างไรก็ตามยังต้องอาศัยความพร้อมของผู้บริโภคเป็นปัจจัยหลัก ธุรกิจจึงจะประสบความสำเร็จอย่างที่ตั้งใจไว้ ซึ่งช่วงปีใหม่เป็นช่วงที่กำลังซื้อของผู้บริโภคมีสูงมาก ดังนั้นผู้ประกอบการจึงควรนำแผนการตลาดมาใช้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้

แนวทางการต่อยอดธุรกิจให้ประความสำเร็จ

ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้นั้น นอกจากการบริหารจัดการที่ดีแล้วต้องมีการต่อยอดทางธุรกิจต่อไปด้วย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใจเลยว่าเราจะเห็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมีผลิตภัณฑ์อยู่หลายรายการ และผลิตภัณฑ์ต่างๆก็สามารถเชื่อมโยงกัน นั่นคือการต่อยอดทางธุรกิจนั่นเอง การต่อยอดธุรกิจช่วยส่งผลให้ธุรกิจมีความก้าวหน้าขึ้น เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้และต่อยอดธุรกิจของตนเองต่อไป

การต่อยอดด้วยการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับกับผลิตภัณฑ์หลัก เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด และสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ทันที เริ่มจากผู้ประกอบการต้องดูก่อนว่าผลิตภัณฑ์หลักมีความเกี่ยวข้องกับอะไรจึงจะนำไปเชื่อมโยงกับสิ่งนั้น เช่น บริษัททำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม ผู้ประกอบการก็ทำสินค้าเกี่ยวกับซีเรียลอาหารเช้า การทำผลิตภัณฑ์ให้ต่อยอดกับตัวเก่าสามารถไปกันได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวต่อยอดต้องช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์หลัก ในทางกลับกันผลิตภัณฑ์หลักก็ต้องช่วยส่งเสริมผลิตภัณฑ์ตัวต่อยอดด้วยเช่นกัน เป็นความสัมพันธ์ที่ไปด้วยกันได้ดี

การต่อยอดจากคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เดิม เป็นแนวทางที่นิยมใช้เป็นอย่างมาก ไม่ต้องลงทุนมากมายนัก ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี โดนผู้ประกอบการต้องนำผลิตภัณฑ์เดิมมาเป็นพื้นฐานตั้งต้น จากนั้นจึงเริ่มพัฒนาต่อยอดแนวความคิดและสูตรต่างๆ จากตัวผลิตภัณฑ์เดิมให้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ เช่น เครื่องดื่มชาเขียว จากที่มีเพียงรสเดียวก็ทำออกมาหลายๆรส วิธีนี้เป็นวิธีการต่อยอดที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะใช้ต้นทุนที่ต่ำ

สำรวจความต้องการของตลาดแล้วนำมาต่อยอดเป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ทางผู้ประกอบการต้องศึกษาความต้องการของผู้บริโภค แล้วนำมาคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการได้ดีกว่าเดิม แต่แนวทางนี้จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยการศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียด เพราะเปรียบเสมือนการสร้างธุรกิจขึ้นใหม่โดยอาศัยความต้องการของผู้บริโภคเป็นหลัก

คิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นมาใหม่ เป็นการคิดค้นขึ้นมาโดยการออกแบบใหม่ทั้งหมด และนำเสนอให้กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ วิธีนี้เป็นวิธีการต่อยอดที่เสี่ยงที่สุด เพราะเป็นการคิดค้นขึ้นมาใหม่ โดยไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์เดิม เหมือนการเริ่มต้นทำธุรกิจใหม่ ไม่มีการสนับสนุนจากกลุ่มเป้าหมายเดิม

แนวทางในการต่อยอดมีหลากหลายสามารถนำไปใช้ได้ตามความเหมาะสม แต่จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยความชำนาญและปัจจัยต่างๆประกอบกัน และวิธีที่กล่าวมาเป็นวิธีที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นำมาเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ

แนวคิดที่ดีในการทำธุรกิจ ก่อนเริ่มขายของออนไลน์


เรื่องแรกเลยที่ทุกคนต้องมีคือ “แนวคิดที่ถูกต้อง” และ “ความรู้ที่เกี่ยวข้อง”

ก่อนที่เราจะเปิดร้านขายของออนไลน์ เราต้องมีแนวคิดความเป็นเจ้าของธุรกิจเสียก่อน เพราะการค้าขายบนโลกออนไลน์เนี่ยมันก็เหมือนกับเรามีหน้าร้านออฟไลน์นั้นแหละ แค่มันอยู่บนอินเตอร์เน็ต เราต้องมีแนวคิดที่ว่า เราเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ ธุรกิจนี้คือลูกของเรา เราต้องทำทุกอย่างหาทุกวิธีที่จะทำให้ธุรกิจของเราเติบโต เราต้องมองระยะยาวและต้องศึกษาความรู้ที่จำเป็นต้องใช้ให้เยอะๆ อย่างที่บอกไปคนที่เปิดร้านค้าออนไลน์หลายๆ คนมักไม่ทำการตลาดคิดแค่ว่าทำเว็บไซต์เสร็จแล้วจะมีคนมาซื้อ ซึ่งเป็นความคิดที่ผิด บางคนอยากจะขายของออนไลน์มาก แต่ไม่ได้ศึกษาหาความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์เลย ไม่รู้จักวิธีทำ SEO ไม่รู้จักการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ แล้วพอลงทำจริงๆ มันจะไปขายของได้ยังไงละ

แนวคิดเรื่องที่ดีและใช้อยู่ประจำ นั้นคือ A B  C
A = attitude หรือ ทัศนคติ
ที่เราต้องมีคือทัศนคติที่ดีในการทำธุรกิจ และทัศนคติที่ดีเป็นยังไง  ง่ายๆ ก็คือการคิดบวกและไม่ว่าเรื่องอะไรเราควรมีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องนั้นๆ เวลาเจอปัญหาเรามีทัศนคติอย่างไร อันดับแรกเราต้องรู้จักตัวเองก่อนคือต้องรู้ว่าตัวเองมีความคิด อารมณ์ อย่างไรเมื่อเจอปัญหา ถ้าเวลาเจอปัญหา ยอดขายไม่ดี เว็บเสีย ไม่มีลูกค้าเข้าเลย ขายขาดทุน และปัญหาต่างๆ นาๆ ที่เราต้องเจอ เราจะมีทัศนคติอย่างไร บวก หรือ ลบ และมองมันเป็นปัญหาหรือโอกาส เช่นเราเจอลูกค้าสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ตกลงกันเรียบร้อย แต่พอถึงเวลาโอนเงินลูกค้ากลับยกเลิกซะงั้น ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมจะหงุดหงิดมาก แต่พอคิดได้ว่า เวลาที่เราหงุดหงิดว่าลูกค้ายกเลิกไม่ซื้อ เอาเวลามาคิดดีกว่าว่าลูกค้าไม่ซื้อเพราะอะไร ถ้าปัญหาอยู่ที่เรา ก็ควรปรับปรุง แต่ถ้าปัญหาอยู่ที่ลูกค้ากวนตีน วันหลังเราก็ไม่ต้องไปคุยอะไรมาก เรื่องลูกค้ายกเลิกการสั่งซื้อผมเจอบ่อย เจอจนชิน เจอจนรู้ว่าถ้าลูกค้าพูดมาแนวๆ นี้ เป็นคนที่กวนตีน ไม่ใช่ลูกค้าแน่นอนก็อย่าไปให้ความสำคัญมาก ขายของออนไลน์เราต้องแยกให้ออกด้วยว่า คนไหนลูกค้า คนไหนพวกก่อกวน เพราะมีเยอะมาก

B = belief หรือ ความเชื่อ
นอกจากการทำธุรกิจแล้วไม่ว่าเรื่องอะไรเราต้องมีความเชื่อเสมอ หลายๆ คนที่ผมได้เจอที่ทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่นอกจากไม่มีความรู้แล้ว ยังขาดความเชื่อด้วย ขนาดให้ตั้งเป้าหมายยอดขายเดือนละ 1 แสน เพื่อนผมบางคนยังบอกว่า บ้าเป็นไปไม่ได้ เยอะเกิน พวกนี้คือคนที่ไม่มีความเชื่อ และคนส่วนใหญ่มักจะชอบฟังและให้ความสำคัญกับเสียงพวกนี้ ทำให้ตนเองไม่เชื่อตามไปด้วยและสุดท้ายก็ล้มเหลว

C = Commitment หรือ พันธสัญญา
เราต้องมีพันธสัญญากับตนเอง ถ้าเราตั้งเป้าหมายอะไรเอาไว้ก็ต้องทำให้ได้ เช่นถ้าเราต้องการยอดขายเดือนละ 1 แสนบาทเราก็ทำมันจนกว่าจะได้มา คนส่วนใหญ่เวลาตั้งเป้าหมายว่าจะทำอย่างนู้อย่างนี้แต่พอทำไปสักระยะนึงก็เลิกไปซะงั้น และก็เปลี่ยนเป่าหมายไปเลื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรสักอย่าง การที่เราตั้งเป้าหมายไว้เราต้องมีพันธสัญญากับตัวเอง ว่าต้องทำให้ได้ ทำไปแล้วถ้ายังไม่ถึงเป้าหรือมีปัญหาอะไร สิ่งที่เราต้องทำคือ เปลี่ยนวิธีการ ไม่ใช่ เปลี่ยนเป้าหมาย เหมือนที่คนส่วนใหญ่ทำกัน เรารู้ว่าวิธีการนี้มันทำให้เราถึงเป้าหมายไม่ได้ก็อย่างไปใช้จงหาวิธีใหม่ซะ และที่สำคัญเป้าหมายที่ตั้งควรกำหนดระยะเวลาให้ชัดเจน

สำหรับเรื่อง A B C ลองเอาไปใช้กันดู สิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ว่าเราจะทำเรื่องอะไรก็ตาม จะเปิดร้านค้าออนไลน์ หรือ ทำธุรกิจทั่วๆ ไป เรื่องแนวคิดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ถ้าคุณอย่างจะสำเร็จก็ต้องฝึกเรื่องแนวให้ถูกต้องด้วย

การทำให้แบรนด์หรือธุรกิจของเรานั้นเป็นที่รู้จัก

เมื่อถึงวันหนึ่งที่ธุรกิจของเราพร้อมที่จะเติบโตจากธุรกิจขนาดเล็กไปสู่ธุรกิจที่ขนาดใหญ่ขึ้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราจะต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการขยายสำนักงาน เพิ่มจำนวนพนักงานให้มากขึ้น ให้ความสำคัญกับลูกค้ามากขึ้น และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งสำหรับธุรกิจที่กำลังเติบโตนั้นก็อาจจะไม่ได้มีเงินทุนมากเพียงพอที่จะลงทุนเพิ่มเติมกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เราต้องการได้ครบ ทำให้ในบางครั้งก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจว่าจะนำเงินไปลงทุนกับอะไรที่เหมาะสมที่สุดและให้ผลตอบแทนกลับมาสูงสุด ซึ่งสำหรับธุรกิจ SMEs หรือ startup แล้ว ต่อไปนี้คือแง่มุมของธุรกิจที่เราควรให้น้ำหนักในการลงทุนเป็นอันดับแรกๆ พร้อมทั้งเหตุผลว่าแต่ละข้อนั้นจะช่วยให้ธุรกิจของเราพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

การตลาด การที่ธุรกิจเติบโตขึ้นไปนั้นหมายถึงการที่เราได้กำไรจากธุรกิจได้มากขึ้นกว่าเดิม และกำไรที่มากขึ้นกว่าเดิมจะมาจากอะไรได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่จากปริมาณของลูกค้าที่ใช้สินค้าและบริการของเราเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าในขณะนั้นเราคิดว่าเราสามารถควบคุมดูแลลูกค้าได้เป็นอย่างดีแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะก้าวต่อไปโดยการลงทุนกับการทำการตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าที่มีอยู่ให้มากขึ้นไปกว่าเดิมแล้วล่ะ

การทำให้แบรนด์หรือธุรกิจของเรานั้นเป็นที่รู้จักไปได้ในวงกว้างก็ทำได้หลายๆ วิธี ตั้งแต่ใช้ทุนน้อยไปถึงใช้ทุนมาก โดยวิธียอดนิยมสำหรับแบรนด์ที่ต้องการนำเสนอสินค้าใหม่หรือต้องการประชาสัมพันธ์เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสินค้าและการบริการก็มักที่จะใช้วิธีจัดอีเวนท์ต่างๆ เพื่อเชิญสื่อมวลชนมาทำหน้าที่เผยแพร่งานเหล่านั้น แต่ถ้าหากเรามีต้นทุนมากหน่อยก็สามารถนำเงินทุนนั้นไปลงกับโฆษณาโทรทัศน์ วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลาย รวมไปถึงโฆษณาตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ของเรามากขึ้นได้อีกด้วย

ในปัจจุบันยังมีอีกช่องทางหนึ่งในการทำการตลาดที่กำลังเป็นนิยม และยังใช้ต้นทุนไม่มากนั่นก็คือการโปรโมทแบรนด์ของเราผ่านทาง Social Media ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Google Plus และอื่นๆ อีกมากมาย ที่รอให้เราได้เลือกสรรว่าจะใช้ชนิดไหนดี เพราะในแต่ละชนิดก็จะมีจุดเด่นที่ต่างกันออกไป ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะลงไปศึกษาพฤติกรรมของผู้ใช้ Social Media เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และเราจะมีวิธีการตอบสนองพวกเขาอย่างไรบ้าง แต่ถ้าหากเราไม่มีเวลาที่จะลงมือทำเองแล้ว ก็ลองหา Outsource ตำแหน่ง Social Media Specialist หรือผู้เชี่ยวชาญในการดูแล social media มาช่วยบริหารงานในส่วนนี้แทนเราก็ได้