เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ


หลังจากที่เราได้เห็น ข้อดี และข้อเสีย ของการทำ ธุรกิจแฟรนไชส์ ไปแล้ว และคุณคิดว่าการซื้อแฟรนไชส์นั้น มีสิ่งที่ได้มากกว่าเสีย คุณก็คงจะอยากรู้ว่า ถ้าจะร่วมหัวจมท้ายกับธุรกิจแฟรนไชส์ซักแห่งหนึ่ง ธุรกิจนั้นควรจะมีลักษณะที่พึงประสงค์อย่างไรบ้าง
โดยสิ่งที่ชี้ชัดว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นั้น ดีหรือไม่ดี มีอยู่ 5 อย่าง ดังนี้
1. เจ้าของแฟรนไชส์
เจ้าของแฟรนไชส์ มีบทบาทสำคัญ ต่อความสำเร็จของคุณ เมื่อคุณซื้อแฟรนไชส์จากเค้า เพราะเค้าจะเป็นคนบอกวิธีการทำธุรกิจ วิธีการบริหารจัดการทุกอย่างให้กับคุณ ถ้าเจ้าของแฟรนไชส์ มองแต่ผลกำไรของตัวเองเป็นที่ตั้ง โดยไม่สนใจว่าคนซื้อแฟรนไชส์ จะอยู่ได้หรือไม่ นั่นเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ที่ควรหลีกเลี่ยงเป็นอย่างยิ่ง
2. สินค้าตามกระแสหรือเปล่า
สินค้าของแฟรนไชส์ที่คุณจะซื้อ ควรจะเป็นสินค้าที่ไม่ตกกระแสง่ายๆ ไม่ใช่เป็นสินค้าตามแฟชั่น ตามกระแส เพราะไม่นานกระแสต่างๆ เหล่านี้ก็จะเลิก และเลิกไปพร้อมกับธุรกิจ คนที่เข้ามาลงทุนในสินค้านี้ทีหลังก็เจ๊งไปตามๆกัน สินค้าแฟชั่น ที่เห็นได้ชัดที่สุด และใกล้ตัวที่สุด แม้ว่าจะไม่ได้มีขายแฟรนไชส์ คือ Rotiboy ที่โด่งดังสุดขีดช่วงปี 2548 แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน พอคนเลิกฮิตก็เลิกกิจการไป ส่วนอีกอย่างหนึ่ง คือ จตุคามรามเทพ ที่เป็นที่นิยมมากในช่วงปี 2550 แต่ก็ฮิตได้ไม่นานเช่นกัน
3. การสนับสนุนจากแฟรนไชส์ครบถ้วนหรือไม่
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง เลือกที่จะสนับสนุนคนซื้อแฟรนไชส์เฉพาะการเริ่มต้นธุรกิจ อาจจะแค่ช่วยเลือกทำเล ช่วยหาพนักงาน และช่วยวางระบบการทำงานเบื้องต้น แต่ไม่มีการติดตามผล หลังจากที่มีการขายแฟรนไชส์ไปแล้ว บางส่วนมองว่าขายแล้วคือขายเลย ขายขาด คนซื้อแฟรนไชส์จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวกับตัวเองแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากได้ขายแฟรนไชส์ไปแล้ว ก็ไม่รับรู้
4. อย่าเชื่อคำโฆษณาเรื่องคืนทุน
เจ้าของแฟรนไชส์หลายต่อหลายแห่ง มักจะมีคำโฆษณาเกี่ยวกับเรื่อง ระยะเวลาในการคืนทุน หลังจากได้ทำธุรกิจไปแล้ว ซึ่งบางครั้งอาจจะดูดีเกินความเป็นจริงเพราะปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ ตราสินค้า และวิธีการทำธุรกิจเท่านั้น ยังมีเรื่องของ ทำเล เรื่องของพนักงาน และรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ที่ทำให้คนซื้อแฟรนไชส์ไปแต่ละคน ได้กำไรไม่เท่ากัน บางคนอาจจะกำไรมหาศาล และบางคนอาจจะขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไปก็ได้
5. ต้องใช้เงินลงทุนเยอะหรือไม่
หลายคนอาจจะเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “นกน้อยทำรังแต่พอตัว” ซึ่งหมายถึงว่าอย่าทำอะไรที่เกินตัว เกินความสามารถของตน ในการทำธุรกิจแฟรนไชส์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณมีเงินไม่พอที่จะซื้อแฟรนไชส์ได้ แล้วคุณต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาจากธนาคาร หรือเพื่อนฝูง คุณต้องตระหนักอยู่เสมอว่า ธุรกิจคุณตั้งอยู่บนความเสี่ยงที่ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่จะเสียหาย ยังมีเจ้าหนี้ของคุณที่จะต้องมาเสียหายไปกับคุณด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ควรจะเลือกทำธุรกิจที่เหมาะสมกับตัวเรา และค่อยๆขยายธุรกิจภายหลังก็ยังไม่สาย