แนวทางการทำธุรกิจยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จ

การที่จะประสบความสำเร็จแบบนักธุรกิจยุคใหม่ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่ดีสำหรับนักธุรกิจยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งบ่งบอกถึงอนาคตที่สดใสของกิจการที่จะเจริญเติบโตในอนาคต ซึ่งแนวคิดที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ง่ายสำหรับนักธุรกิจยุคใหม่ มีดังต่อไปนี้
– การมองหาความต้องการของตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่พึงจะต้องกระทำ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการ เพราะต้องเข้าใจในพื้นฐานที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน ไม่มีผลิตภัณฑ์หรือบริการใดสามารถตอบสนองความต้องการได้ครบและครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้นสิ่งนี้คือช่องทางและโอกาสทองของผู้ประกอบการมือใหม่ที่ต้องจับตลาดความต้องการของผู้บริโภคและทำผลิตภัณฑ์ออกมาตอบสนองความต้องการ
– ทำธุรกิจอันชาญฉลาด โดยรู้ว่าธุรกิจอะไรควรลงไปแข่ง พิจารณาปัจจัยทางความพร้อม บุคลากร เงินทุน การบริหาร บวกกับแนวทางการเติบโตของกลุ่มเป้าหมายที่จะลงไปจับ คู่แข่ง ความต้องการหลักของผู้บริโภค
– ความน่าเชื่อถือ จะช่วยลดจุดด้อยในเรื่องการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะกับบริษัทหน้าใหม่ๆ หากไม่มีประสบการณ์อะไรเลย ทางออกของปัญหา คือ สร้างความน่าเชื่อถือให้เกิดขึ้นในกรอบการดำเนินงานของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวนเงินทุนสำรอง ยอดหมุนเวียนในกระแสเงินสด และที่สำคัญคือประวัติการทำงานที่ผ่านมาของบริษัทต้องไม่มีข้อผิดพลาดจนถูกฟ้องร้องหรือความล้มเหลว เพราะจะช่วยทดแทนจุดด้อยในเรื่องของการขาดประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี
– พึ่งพาบริการฟรีในรูปแบบเครือข่าย เช่น ทวิตเตอร์และเฟซบุ๊กในการทำธุรกิจแบบฟรีๆ ไม่เสียเงินสักบาท บางครั้งอาจช่วยพิจารณาการวางแผนธุรกิจและช่วยกระจายข้อมูลในเรื่องการทำงานให้ด้วย และยังเป็นวิธีการช่วยเพิ่มความรู้ได้ดีอีกวิธีหนึ่ง
– ใช้สื่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งปัจจุบันข้อมูลที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจสามารถค้นหาจากทางโลกออนไลน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นแนวทางการเขียนแผนทางธุรกิจ การดาวน์โหลดเอกสาร และสิ่งต่างๆ ที่มีเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ต
– ใช้จุดแข็งเข้าต่อสู้ จะต้องสำรวจก่อนว่ามีจุดแข็งในเรื่องอะไรที่จะสามารถไปต่อกรกับคู่แข่งบนท้องตลาดได้ ไม่ว่าจะเป็นราคาที่ถูกกว่า คุณสมบัติที่ดีกว่า ซึ่งการใช้จุดแข็งของธุรกิจเข้ามาต่อสู้นี้ต้องใช้ทักษะส่วนตัวของผู้ประกอบการค่อนข้างมากในการบริหารจัดการที่วางเอาไว้

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ

กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ
ธุรกิจเติบโตได้ให้พิจารณาจาก 2 มิติ ที่สำคัญ คือมิติด้านลูกค้า ที่แบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ และมิติด้านผลิตภัณฑ์ ที่แบ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน กับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่แตกสายผลิตภัณฑ์ออกไป ธุรกิจมีความเข้มแข็ง และสามารถที่จะรับมือกับคู่แข่ง ความต้องการของลูกค้า และรับมือกับสภาวะความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมืองได้ เราก็พร้อมที่จะใช้กลยุทธ์การสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ การทำให้ธุรกิจเติบโตต้องลงทุนเพิ่ม ต้องขยายกิจการ ต้องขยายสาขา และมีความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มมากขึ้น

  1. กลยุทธ์แรก คือกลยุทธ์การเจาะตลาด (Market Penetration) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ ลูกค้ากลุ่มปัจจุบันรู้จัก และซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันเพิ่มมากขึ้น
  2. กลยุทธ์ที่สอง คือกลยุทธ์การพัฒนาตลาด (Market Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไร ใช้โอกาสจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน สามารถจำหน่ายไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ได้มากยิ่งขึ้น
  3. กลยุทธ์ที่สาม คือกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development) เป็นกลยุทธ์ที่จะทำอย่างไรให้ลูกค้าปัจจุบันของเราได้มีโอกาสใช้ประเภทผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่เป็น Product Line ใหม่ๆ ของเรา
  4. กลยุทธ์ที่สี่ คือกลยุทธ์การแตก Line ธุรกิจ (Diversification) เป็นกลยุทธ์การเติบโตด้วยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ให้กับลูกค้ากลุ่มใหม่

ความเสี่ยงที่ต้องระวังก็คือ บางครั้งเราคาดหวังอย่างมากว่า จะต้องได้รับการตอบรับ เป็นที่รู้จักของลูกค้า และมีส่วนครองตลาด หรือ Market Share เพิ่มสูงขึ้น ก็เลยทุ่มหมดหน้าตัก ใช้งบประมาณในการทำการตลาดเต็มที่ การใช้เงินในการทำการตลาดเต็มที่ ไม่ได้รับประกันว่า จะประสบความสำเร็จอย่างที่คาดหวังเสมอไป ในสภาวะที่ธุรกิจของเราหยุดนิ่ง คู่แข่งของเราก้าวล้ำนำหน้าเราไปแล้วที่เขาก้าวล้ำนำหน้าเราไป ก็เพราะว่าความต้องการของลูกค้าก้าวไปไกลกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าไม่มีวันสิ้นสุด มีความต้องการใหม่ๆ เกิดขึ้นได้ทุกวันถ้าเราหยุดนิ่ง ก็เท่ากับเราประกาศว่าธุรกิจของเราพร้อมที่จะเข้าสู่สภาวะของการเลิกกิจการในอนาคตนั่นเอง